การควบคุมมลพิษทางอากาศจากการปิ้งย่าง
วัน Wed 11 March 2015@10:58:32
หัวข้อ: การจัดการคุณภาพอากาศและเสียง


 
ที่มาและความสำคัญ
          กรุงเทพมหานครมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วทำให้วิถีการดำรงชีวิตของคนเมืองเปลี่ยนไปนิยมการบริโภคอาหารนอกบ้าน อาหารปิ้งย่างจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกทำให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น จากข้อมูลปี 2552 มีสถิติผู้ประกอบการปิ้งย่างเนื้อสัตว์บนเปลวไฟโดยตรงในกรุงเทพมหานครมากกว่า 1,000 ราย และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี ค.ศ. 1999 องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกาได้มีการศึกษาเกี่ยวกับมลพิษที่เกิดจากการปิ้งย่างเนื้อสัตว์บนเปลวไฟโดยตรง พบว่าก่อให้เกิดฝุ่นขนาดเล็ก ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และสารอินทรีย์ระเหยง่าย สอดคล้องกับการศึกษาแหล่งที่มาสำคัญของสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศของกรุงเทพมหานคร พบว่าการปิ้งย่างอาหารด้วยเตาถ่านเป็นหนึ่งในแหล่งที่มาของสารอินทรีย์ระเหยง่าย


 
มาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศจากการปิ้งย่าง
          สำนักสิ่งแวดล้อมตระหนักถึงอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของผู้ขาย ผู้บริโภค และผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ เพราะฉะนั้นจึงได้พยายามดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมมลพิษทางอากาศจากการปิ้งย่างมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2554 ได้จัดอบรมผู้ขายอาหารปิ้งย่างและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจและสร้างความตระหนักถึงผลกระทบจากมลพิษจากการปิ้งย่าง ต่อมาปี 2555 สำรวจความคิดเห็นของผู้ขายอาหารปิ้งย่างครอบคลุม 50 เขต จำนวน 100 ราย เป็นผู้ขายอาหาร ปิ้งย่างแล้วก่อให้เกิดควัน ร้อยละ 80 และในจำนวนร้อยละ 80 มีความสนใจที่จะใช้เตาลดควันหรือมลพิษ ร้อยละ 62.5 จากข้อมูลปี 2555 ผู้ขายอาหารปิ้งย่างพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการใช้เตาดังกล่าว ดังนั้นปี 2556 ได้ทำการเก็บและวิเคราะห์ตัวอย่างอากาศจากการปิ้งย่างเนื้อสัตว์ประเภทไก่บนเตา มีควันและเตาลดควัน เพื่อศึกษาหาระดับความเข้มข้นของสารเบนซีน (Benzene) ซึ่งจัดเป็นสารก่อมะเร็งและสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวม (Total Volatile Organic Compounds: Total VOCs) ซึ่งบางตัวเป็นตัวการสำคัญก่อให้เกิดปฏิกิริยาเคมีในบรรยากาศทำให้เกิดโอโซนได้ เนื่องจากโอโซนมีฤทธิ์กัดกร่อน เมื่อมีปริมาณโอโซนในชั้นบรรยากาศที่มนุษย์อาศัยอยู่มากขึ้นจึงทำให้เกิดอาการระคายเคืองตาและเยื่อบุทางเดินหายใจ

ผลการเก็บและวิเคราะห์ตัวอย่างอากาศจากการปิ้งย่างไก่
สารเบนซีน
พบในตัวอย่างอากาศจากการปิ้งย่างไก่บนทั้งสองเตา ส่วนใหญ่มีระดับความเข้มข้นเฉลี่ยของสารเบนซีน น้อยกว่า 0.03 ppm (ค่าจำกัดการสัมผัสระยะสั้น (STEL) ของ ACGIH : 2.5 ppm) ถึงแม้ว่าจะพบในระดับน้อยแต่ถ้าหากได้รับเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยในระยะยาวได้

สารอินทรีย์ระเหยง่ายรวม พบในตัวอย่างอากาศจากการปิ้งย่างไก่ทั้งสองเตามีระดับความเข้มข้นของสารอินทรีย์ระเหยง่าย ดังกราฟที่ 1 โดยมีระดับความเข้มข้นของสาร อินทรีย์ระเหยง่ายรวมเฉลี่ยของเตาปิ้งย่างมีควันเท่ากับ 6.66 ppm และเตาปิ้งย่างลดควันเท่ากับ 1.96 ppm
 
 
  

อัตราการปล่อยมลสารทางอากาศของสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวม
          อัตราการปล่อยมลสารทางอากาศของสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวมจากการปิ้งย่างน่องสะโพกไก่ พบว่าเตามีควันมีอัตราการปล่อยมลสารเท่ากับ 23.9 × 10-3 กรัม/กิโลกรัมน่องสะโพกไก่ และเตาลดควันมีอัตราการปล่อยมลสารเท่ากับ 5.2 × 10-3 กรัม/กิโลกรัมน่องสะโพกไก่ ซึ่งเตาปิ้งย่างลดควันสามารถลดการปล่อยมลสารทางอากาศของสาร อินทรีย์ระเหยง่ายรวมเท่ากับ 18.70 × 10-3 กรัม/กิโลกรัมน่องสะโพกไก่หรือลดลงประมาณ 4.6 เท่า ดังกราฟที่ 2
 
เตาลดควันหรือมลพิษทางอากาศ
          สำนักสิ่งแวดล้อมตระหนักถึงอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของผู้ปิ้งย่างเนื้อสัตว์ ผู้บริโภค และผลกระทบต่อคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร จึงมีรูปแบบและโครงสร้างเตาปิ้งย่างที่สามารถลดสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวม (Total Volatile Organic Compounds : Total VOCs) ดังรูป
 
โครงสร้างหลักของเตา ประกอบด้วย - ผนังเตา - ตะแกรงปิ้ง - ตะกร้าถ่าน - ขาตั้งและรางรับน้ำมันที่หยดลงมา การลดสาร Total VOCs คือ วางตะกร้าใส่ถ่านไว้ ด้านข้างสองข้าง เพื่อไม่ให้เศษอาหารหรือน้ำมันที่เกิดจากอาหารตกลงหรือหยดลงไปบนถ่านไฟ จึงไม่เกิดการเผาไหม้และควัน วิธีการปิ้งย่างเป็นการปิ้งย่างเนื้อสัตว์ คือ การให้ความร้อนจากด้านข้างของเตาและมีฝาปิดครอบด้านบนทั้งหมด ทำให้สูญเสียความร้อนออกสู่ภายนอกน้อยมาก ทำให้อาหารปิ้งย่างสุกโดยไม่มีรอยไหม้ วิธีการปิ้งย่างเป็นการปิ้งย่างเนื้อสัตว์ คือ การให้ความร้อนจากด้านข้างของเตาและมีฝาปิดครอบด้านบนทั้งหมด ทำให้สูญเสียความร้อนออกสู่ภายนอกน้อยมาก ทำให้อาหารปิ้งย่างสุกโดยไม่มีรอยไหม้
 






บทความนี้มาจาก Environment Department
http://bangkok.go.th/environment

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://bangkok.go.th/environment/modules.php?name=News&file=article&sid=177