อันตรายและแนวทางการจัดการซากโทรศัพท์มือถือ และซากแบตเตอรี่
วัน Mon 30 July 2012@14:41:22
หัวข้อ: ขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล



     เมื่อทิ้งซากโทรศัพท์มือถือและซากแบตเตอรี่ปะปนไปกับขยะมูลฝอยชุมชน และเวลาผ่านไป ส่วนเปลือกห่อหุ้มของเครื่องโทรศัพท์และแบตเตอรี่จะเสื่อมสภาพ หรือผุกร่อน สารเคมีที่เสื่อมสภาพภายในจะไหลออกสู่สิ่งแวดล้อม สารพิษนี้ก็จะเข้าสู่ระบบนิเวศและระบบห่วงโซ่อาหารผ่านทางเดิน น้ำ และอากาศ และก่อให้เกิดอันตรายต่าง ๆ ได้ดังนี้

    -  ความเป็นพิษของตะกั่ว  เป็นส่วนประกอบของการบัดกรีร่วมกับดีบุกในแผงวงจร มีผลทำลายระบบประสาทส่วนกลางและระบบโลหิต การทำงานของไตและการสืบพันธุ์ มีผลต่อการพัฒนาสมองของเด็ก  นอกจากนี้ยังสามารถสะสมในบรรยากาศ และเกิดผลแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรังกับพืช สัตว์ และจุลินทรีย์
     -  ความเป็นพิษของแคดเมียม  ซึ่งเป็นส่วนประกอบของแบตเตอรี่บางประเภท สามารถสะสมในร่างกาย โดยเฉพาะที่ไต ทำลายระบบประสาท ส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเด็กและภาวะตั้งครรภ์ และยังอาจมีผลต่อพันธุกรรม
     -  ความเป็นพิษของสารทนไฟซึ่งทำจากโบรมีน  ซึ่งใช้ในกล่อยสายไฟ แผงวงจรและตัวเชื่อมต่ออาจเป็นพิษ และสะสมในสิ่งมีชีวิต ถ้ามีทองแดงร่วมด้วย จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดไดอ๊อกซิน และฟิวแรนระหว่างการเผา ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่ร้ายแรงประเภทหนึ่งส่งผลเสียต่อระบบการย่อย และน้ำเหลือง ทำลายการทำงานของตับ มีผลต่อระบบประสาทและภูมิต้านทาน
     -  ความเป็นพิษของเบริลเรียม  ใช้ในสปิงและตัวเชื่อม เป็นสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะปอดซึ่งเป็นอวัยวะที่ได้รับสาร ผู้ได้รับสารนี้อย่างต่อเนื่องจากการสูดดมจะกลายเป็นโรค Berylicosis ซึ่งมีผลกับปอด หากสัมผัสจะทำให้เกิดแผลที่ผวหนังอย่างรุนแรง ทำให้ระบบการทำงานของต่อมไทรอยด์และต่อมไร้ท่อผิดปกติ สะสมในน้ำนม กระแสเลือดและถ่ายทอดในห่วงโซ่อาหาร
     -  ความเป็นพิษของสารหนู  ซึ่งใช้ในแผงวงจร จะมีผลทำลายระบบประสาท ผิวหนัง และระบบการย่อยอาหาร หากได้รับในปริมาณมาก อาจทำให้ถึงตายได้
     -  ความเป็นพิษของนิกเกิล  ซึ่งเป็นองค์ประกอบของแบตเตอรี่ ฝุ่นนิกเกิลถูกจัดว่าเป็นสารก่อมะเร็งในสัตว์ทดลองและอาจเป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็งปอดในสัตว์ทดลอง และอาจมีผลต่อระบบสืบพันธุ์ด้วย นอกจากนี้ ผลเรื้อรังจากการสัมผัสนิกเกิล ได้แก่ การแพ้ของผิวหนัง ซึ่งประกอบด้วย การมีแผลไหม้ คัน เป็นผื่นแดง มีอาการแพ้คล้ายการเป็นหืดหอบ และแน่นหน้าอก
     -  ความเป็นพิษของลิเทียม  ซึ่งเป็นองค์ประกอบของแบตเตอรี่ เป็นอันตรายเมื่อกลืนกินสูดดม หรือถูกดูดซึมผ่านผิวหนัง สารนี้ทำลายเนื้อเยื่อของเยื่อบุเมือกและทางเดินหายใจ รวมทั้งดวงตาและผิวหนังอย่างรุนแรง การสูดดมอาจก่อให้เกิดอาการชัก กล่องเสียงและหลอดลม

ใหญ่อักเสบ โรคปอดอักเสบจากสารเคมี และน้ำท่วมปอด อาการต่าง ๆ ของการได้รับสารประกอบด้วยความรู้สึกปวดแสบปวดร้อน ไอ หายใจ มีเสียงหวีด การอัเสบที่ตอนบนของหลอดลม หายใจถี่ ปวดศรีษะ คลื่นเหียน และอาเจียน
     -  ความเป็นพิษของโคบอลท์  ถูกจัดว่าเป็นสารก่อมะเร็งในสัตว์ทดลอง การหายใจเข้าไปจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อเมือกและทางเดินหายใจ ก่อให้เกิดอาการไอ และหายใจติดขัด และหายใจถ่รัว ผลกระทบของการสัมผัสสารนี้เป็นระยะเวลานานหรือการสัมผัสซ้ำ ๆ จะก่อให้เกิดการอักเสบของผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นแดง ทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบเลือด หัวใจ และต่อมไทรอยด์ และอาจทำให้เกิดความผิดปกติของปอด

แนวทางการจัดการซากโทรศัพท์มือถือและแบตเตอรี่ในประเทศไทย
1.  การป้องกันและลดการเกิดซากฯ
     -  ผู้ผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ใช้สารอันตรายน้อยที่สุดและออกแบบให้สามารถรีไซเคิลได้ง่าย
     -  เลือกซื้อ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เพื่อยืดอายุการใช้งาน ลดการกลายเป็นซากฯ เลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารอันตรายเป็นส่วนประกอบ
     -  ใช้อย่างคุ้มค่า เลือกซื้อรุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งาน ใช้อย่างระมัดระวัง ดูแลรักษาตามคู่มือการใช้งาน ซ่อมแซม หรือให้ผู้อื่นใช้ต่อก่อนจะทิ้งเป็นซากฯ
2.  การแยกทิ้ง
     -  ไม่ทิ้งซากฯ ปะปนกับขยะทั่วไป ไม่นำซากฯ ไปเผา ฝังดิน หรือทิ้งในแหล่งน้ำ
     -  ทิ้งซากฯ ตามสถานที่ หรือ ตามเวลาที่กำหนด นำซากฯ ไปทิ้งยังสถานที่ หรือ จุดรับทิ้งที่หน่วยงานท้องถิ่น ผู้ผลิต หรือผู้ให้บริการแครือข่ายโทรศัพท์มือถือจัดไว้ให้ หรือ ทิ้งให้กับหน่วยงานท้องถิ่นในเขตของท่าน ตามวัน เวลาที่กำหนดสำหรับการทิ้งของเสียอันตรายจากชุมชน
3.  การรีไซเคิล
 การหมุนเวียนซากแบตเตอรี่กลับมาแปรรุปใช้ใหม่ เนื่องจากแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือนี้มีโลหะมีค่าเป็นส่วนประกอบจึงมีความคุ้มค่าที่จะสามารถนำมารีไซเคิลได้ การรีไซเคิลในต่างประเทศมีกระบวนการ ดังนี้
     -  นำแบตเตอรี่ไปบดและใส่ลงไปในสารละลายเฉพาะ
     -  น้ำเสียที่เกิดขึ้น นำไปปรับสภาพให้เป็นกลาง
     -  แยกโลหะหนักที่มีออก โดยการใช้ไฟฟ้าหรือวิธีอื่น
     -  นำโลหะหนักที่ได้ไปใช้ใหม่
     -  ส่วนที่เหลือนำไปฝังกลบ ตามวิธีที่กล่าวในข้างต้น
     -  หรือนำแบตเตอรี่ผ่านกระบวนการถลุงในเตาหลอมเพื่อแยกโลหะมีค่ากลับมาใช้ใหม่
4.  การบำบัดและกำจัดซากแบตเตอรี่
     ในขั้นต้น รวบรวมวากแบตเตอรี่แล้วให้ดำเนินการคัดแยกส่วนที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ออกจากส่วนที่ต้องนำไปกำจัด และนำส่วนที่ต้องกำจัดไปดำเนินการปรับเสถียรก่อน เพื่อให้สารพิษมีความเสถียรเพิ่มขึ้น ไม่เกิดปฏิกิริยาหรือรั่วไหลปนเปื้อน และไม่ละลายเมื่อถูกชะล้าง ก่อนจะนำไปฝังในสถานที่ฝังกลบแบบปลอดภัย (Secured Landfill) ซึ่งออกแบบให้สามารถป้องกันมิให้มีการรั่วไหลของสารพิษออกสู่สิ่งแวดล้อม โดยใช้วัสดุสังเคราะห์กันซึมหลายชั้น พร้อมระบบเก็บรวบรวมน้ำชะ (Leachate) และระบบการตรวจสอบการรั่วซึมภายใต้กำระเบียบและมาตรฐานที่กำหนด ปัจจุบันผู้ประกอบการรับซากโทรสัพท์มือถือและซากแบตเตอรี่มาผ่านกระบวนการรีไซเคิลที่มีการควบคุมมลพิษอย่างถูกต้องเพื่อนำโลหะมีค่ากลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง โดยส่งออกไปดำเนินการในต่างประเทศทีมีเทคโนโลยีชั้นสูง
  







บทความนี้มาจาก Environment Department
http://bangkok.go.th/environment

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://bangkok.go.th/environment/modules.php?name=News&file=article&sid=137