การควบคุมมลพิษทางอากาศภายในอาคาร
วัน Tue 03 July 2012@10:25:02
หัวข้อ: การจัดการคุณภาพอากาศและเสียง


     เพราะในแต่ละวันของคนส่วยนใหญ่จะใช้เวลาเกือบร้อยละ 90 อาศัยและทำกิจกรรมต่าง ๆ อยู่ภายในอาคาร จากรายงานการศึกษาขององค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อปี ค.ศ. 1984 พบว่าอาคารที่ก่อสร้างหรือปรับปรุงใหม่ทั่วโลกเกือบร้อยละ 30 กำลังประสบปัญหาคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality) เป็นผลมาจากการออกแบบโครงสร้างอาคารที่เน้นเป็นอาคารระบบปิด และใช้เครื่องปรับอากาศแทนการระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติ ใช้วัสดุ

ตกแต่งอาคารและอุปกรณ์สำรักงานที่มีสารเคมีสะสมอยู่ เช่น สารฟอร์มาลดีไฮดืจากเฟอร์นิเจอร์ สารอินทรีย์ระเหยที่ผสมในสีทาห้อง น้ำยาทำความสะอาดพื้น ฝุ่นผงคาร์บอน และก๊าซโอโซนจากเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์ แร่ใยหินจากฉนวนกันความร้อน เป็นต้น จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพอนามัยของผู้ใช้อาคาร


    



กลุ่มอาการเจ็บป่วยที่มีสาเหตุมาจากอาคาร "sick Building ndrome" (SBS) หมายถึง ภาวะผิดปกติด้านสุขภาพ ทางตา จมูก ลำคอ ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ฟิวหนัง โดยอาการที่เกิดขึ้นจะมีความสัมพันธ์กับช่วงเวลาที่อยู่ในอาคาร แต่ไม่สามารถระบุถึงสาเหตุของการเจ็บป่วยที่แสดงในแต่ละระบบจะแตกต่างกัน ดังนี้
 1.  กลุ่มอาการทั่วไป ลักษณะอาการจะไม่เจาะจงโรคใดโรคหนึ่ง เช่น ปวดศรีษะ มึน
ศรีษะ ง่วงนอน รู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย หงุดหงิด ขาดสมาธิในการทำงาน
 2.  กลุ่มอาการระคายเคืองต่อเยื่อบุต่าง ๆ เช่น เยื่อบุตา จมูก หรือลำคอ เช่น ระคาย
เคืองตา น้ำตาไหล คันตา ตาแห้ง แสบตา คัดจมูก น้ำมูกไหล เลือดกำเดาไหล เสบคอ คอแห้ง
เจ็บคอ ระคายคอ
 3.  กลุ่มอาการระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง  สักษณะอาการคล้ายกับโรคหอบหืด คือ
แน่นหน้าอก หายใจลำบาก
 4.  กลุ่มอาการทางผิวหนัง  เช่น ผิวแห้ง ผื่นนูนแดง ผื่นผิวหนัง อักเสบ มักพบที่
บริเวณใบหน้า ลำคอ แขน มือ อาการเหล่านี้ไม่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยอย่างรุนแรงหรือเป็น
อันตรายถึงชีวิต

สาเหตุของปัญหาคุณภาพอากาศภายในอาคาร ได้แก่
 1.  การระบายอากาศไม่เพียงพอ  มีผลมาจากการออกแบบอาคารที่เน้นโครงสร้าง
ระบบปิด มีช่องระบายอากาศน้อย ระบบระบายอากาศมีสภาพเก่า ชำรุด ขาดการดูแลทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้การนำอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกเข้าสู่อาคารไม่พียงพอ ทำให้เกิดการสะสมของมลพิษ เชื้อโรค และกลิ่นอยู่ภายในอาคาร
 2.  มลพิษจากแหล่งกำเนิดภายในอาคาร  ได้แก่ ไอเสียจากยานพาหนะ เขม่าควัน
รวมถึงฝุ่นจากการก่อสร้าง ซึ่งมลพิษเหล่านี้สามารถไหลเวียนเข้าสู่ภายในอาคารทางรอยรั่วหรือช่องโหว่ของอาคาร
 3.  มลพิษจากแหล่งกำเนิดภายในอาคาร  เช่น สารเคมีที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความ
สะอาด ยาฆ่าแมลง ควันบุหรี่ และสารเคมีจากอุปกรณ์สำกงาน เช่น ผงหมึกจากเครื่องพิมพ์ ก๊าซโอโซนจากเครื่องถ่ายเอกสาร สารฟอร์มาลดีไฮด์จากเฟอร์นิเจอร์และวัสดุตกแต่งอาคาร หรือแม้แต่แร่ใยหิน (Asbestos) จากฝ้าเพดาน มลพิษเหล่านี้จะสะสมวนเวียนอยู่ในอาคาร และสร้างปัญหาต่อสุขภาพอนามัยของผู้ใช้อาคาร
 4.  สารปนเปื้อนด้านชีวภาพ  ได้แก่ แบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อลิจิโอเนลลา นิวโมฟิล่า
(Legionella pneumophila) พบได้ในหอผึ่งเย็น (Cooling Tower) ของระบบปรับอากาศรวม เนื่องจากเชื้อนี้จะเจริยเติบโตได้ดีที่อุณหภูมิ 20-40 องศาเซลเซียส ในสภาพนำนิ่งหรือไหลเวียนน้อย สามารถแพร่กระจายจากท่อส่งอากาสไปยังส่วนต่าง ๆ ของอาคาร โดยเชื้อดังกล่าวจะเข้าสู่ร่างกายทางลมหายใจ และผ่านระบบทางเดินหายใจเข้าสู่ปอด โดยเริ่มจากอาการมีไข้ต่ำ ๆ ไอ

หายใจลำบาก หนาวสั่น ปอดบวม โคม่า และเสียชีวิตในที่สุด นอกจากนี้ยังมีสารปนเปื้อนทางชีวภาพอื่น ๆ ที่พบได้ในอาคาร ได้แก่ เชื้อรา ไรฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ มูลสัตว์ ขนสัตว์


ประโยชน์ของการประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคาร
 1.  ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเพิ่มผลผลิตของงาน
 2.  ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดปัยหาสุขภาพอนามัยของผู้ใช้อาคาร
 3.  ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการการรักษาพยาบาลของพนักงาน
 4.  ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ค่าซ่อมบำรุงรักษาอุปกรณ์สำนักงาน และอุปกรณ์
ในระบบปรับอากาศ ช่วยยืดอายุการทำงานของอุปกรณ์ในระบบปรับอากาศและระบบระบายอากาศ








บทความนี้มาจาก Environment Department
http://bangkok.go.th/environment

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://bangkok.go.th/environment/modules.php?name=News&file=article&sid=133