ขยะอิเล็คทรอนิคส์เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในประเทศกำลังพัฒนา
วัน Thu 22 December 2011@14:32:55
หัวข้อ: ขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล


         


          ในขณะที่ประเทศต่างๆได้ผลิตสินค้าประเภทเครื่องอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นเหตุทำให้เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นเป็นเงาตามตัว โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาตินำรายงานฉบับหนึ่งออกเผยแพร่ซึ่งเตือนถึงอันตราย อันเกิดจากการที่ปริมาณของขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มมากขึ้นตามประเทศที่กำลังพัฒนา ที่มักจะเกิดจากมีคนนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาโยนทิ้งไว้ อันก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของชาวบ้านเป็นอย่างมาก


          ในแต่ละปี ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่คนนำมาทิ้งในโลก ซึ่งรวมถึงโทรทัศน์ ตู้เย็น โทรศัพท์มือถือและเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นมีจำนวนสี่สิบล้านตัน และตัวเลขดังกล่าวจะสูงขึ้นต่อไปเรื่อยๆ
ยกตัวอย่างกรณีของประเทศจีนที่คาดว่าภายในปี2020 จะมีมีการทิ้งโทรศัพท์มือถือมากกว่าเจ็ดเท่าตัว ส่วนอินเดียจะทิ้งโทรศัพท์มือถือมากกว่าถึงสิบแปดเท่าตัว

          สินค้าไฮเทคนี้นอกจากค่อนข้างจะใหญ่แล้วยังมีวัสดุที่เป็นพิษเป็นส่วนประกอบตัวอย่างเช่น ตะกั่วและสารปรอท ถ้าไม่ดูแลให้เหมาะสมแล้ว จะทำให้เกิดมลพิษและเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

          กรรมการบริหารของข่ายงานเบเซิ่ลแอ็กชั่น ซึ่งเป็นกลุ่มเอกชนที่พุ่งให้ความสนใจไปที่เรื่องการหยุดยั้งการค้าสินค้าที่มีพิษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่จะเป็นขยะที่มีพิษนั้น กล่าวว่าโลกจำต้องรีบดำเนินการเพื่อหยุดยั้งขยะที่เป็นพิษ ทั้งนี้เพราะอุตสาหกรรมผลิตสินค้าเหล่านี้จะล้าสมัยได้เร็วกว่าแต่ก่อน ดังนั้นกลายเป็นว่ากำลังผลิตขยะที่กองสูงเป็นพะเนิน โดยที่เราไม่อาจห้ามผู้คนไม่ให้ซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านั้นได้ เขากล่าวด้วยว่าสิ่งแรกที่จะต้องทำก็คือ วัสดุที่เป็นพิษนั้นควรกันออกไปเสียก่อน

          เลขาธิการของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ อาคิม สไตเนอร์กล่าวในการประชุมที่โครงการดังกล่าวจัดขึ้นที่เมือง Nusa Dua ประเทศอินโดนีเซียว่า ควรมีการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่วนมากกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เขากล่าวว่านอกจากเหตุผลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีเรื่องสิ่งกระตุ้นใจในแง่เศรษฐกิจด้วย อย่างเช่นแร่เงิน และทองที่ขุดขึ้นมาทั่วโลกนั้น ร้อยละสามนำมาใช้กับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและโทรศัพท์เคลื่อนที่

          เขากล่าวไว้ตอนนี้ว่า " ถ้าเราเริ่มลงทุนและนำวัสดุเหล่านี้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เราก็จะผันปัญหาให้กลายมาเป็นโอกาส โดยเราจะเริ่มสร้างงาน ลดปริมาณโลหะที่จะทิ้งนั้นลง เรื่องเหล่านี้มีประโยชน์ถ้าเราเริ่มจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ทำตามแบบที่เราเห็นในประเทศอุตสาหกรรม เรื่อยไปจนถึงประเทศที่ด้อยพัฒนาที่สุดโดยไม่มีกฎหมายบังคับ”

อนุสัญญาเบเซิ่ลเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่กำหนดแนวทางที่โลกจะจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ แต่อนุสัญญาฉบับนั้นก็มีจุดอ่อนหลายอย่างเหมือนกัน

          สหรัฐซึ่งเป็นประเทศที่มีขยะอิเล็กทรอนิกส์มากที่สุดในโลก ยังไม่ได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาฉบับนั้น นอกจากนี้ยังมีการลักลอบค้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพราะได้กำไรงาม บริษัทบางแห่งกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยวิธีส่งไปกำจัดยังประเทศที่ยากจน ซึ่งแทนที่จะมีการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ กลับปล่อยให้กองพะเนิน อยู่ตามที่ทิ้งขยะและวัศดุที่เป็นพิษสามารถแทรกซึมลงไปในน้ำหรือลงไปในดินได้

          ปัญหาในทุกวันนี้ ยิ่งสลับซับซ้อนมากขึ้นเนื่องจากการค้า ประเทศพัฒนาแล้วกลายเป็นผู้ผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์และนำไปทิ้งตามประเทศที่ยากจน แต่ในทุกวันนี้ ประเทศที่ยากจน ซึ่งไม่มีขีดความสามารถในด้านนำขยะที่ทิ้งแล้วกลับมาใชประโยชน์ใหม่ ก็จะส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปยังประเทศอย่างประเทศจีน และประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเข้มแข็งขึ้น ซึ่งกำลังกลายเป็นผู้ก่อให้เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นเรื่อยๆ และในตอนนี้กลายเป็นว่าประเทศจีนก่อให้เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์มากเป็นที่สองรองจากประเทศสหรัฐอเมริกา
          ขยะอิเล็กทรอนิกส์ยังกระทบกระเทือนสุขภาพของประชากรโลกนับเป็นล้านๆ คน อันได้แก่ ผู้ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการเก็บขยะในประเทศของพวกเขา ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า การแก้ปัญหานี้ต้องใช้เงินทุนงวดใหม่และแรงคนโดยจัดตั้งสถานที่อำนวยความสะดวก สำหรับการนำขยะที่ทิ้งแล้วกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ที่ปลอดภัยและควบคุมสินค้าขาออกที่ผิดกฎหมาย


ที่มาของแหล่งข่าว http://www1.voanews.com/english/news/science-technology/Indonesian-E-Waste-85035327.html





บทความนี้มาจาก Environment Department
http://bangkok.go.th/environment

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://bangkok.go.th/environment/modules.php?name=News&file=article&sid=116