บทเรียนในอดีต… สู่การจัดการปัญหาฝุ่นละอองอย่างบูรณาการ
วัน Thu 29 September 2011@11:44:12
หัวข้อ: การจัดการคุณภาพอากาศและเสียง


          ย้อนอดีตไปหลายปี ก่อนเมืองกรุงฯ เต็มไปด้วยควันพิษ จากวันนั้นถึงวันนี้ คุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยรวมดีขึ้นตามลำดับ  สอดคล้องกับผลการตรวจวัดอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลากว่า ๑๐ ปี ที่ผ่านมา

สารมลพิษทางอากาศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน มีเพียงฝุ่นละอองที่ยังเป็นปัญหาเกินมาตรฐานบริเวณริมถนน และโอโซนสูงบ้างในบริเวณชานเมือง ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นเพราะภาครัฐและเอกชนได้กำหนดมาตรการต่างๆเป็นนโยบาย รวมทั้งประชาชนที่ได้ร่วมระดมสรรพกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่องดังนี้
  1. ลดปริมาณสารตะกั่วในน้ำมันเบนซินอย่างต่อเนื่อง ปี ๒๕๓๒-๒๕๓๘ ทำให้ปริมาณสารตะกั่วลดลงต่ำกว่ามาตรฐานมาก
  2. บังคับใช้อุปกรณ์ขจัดมลพิษในระบบไอเสียรถยนต์ประเภท Catalytic Converter ในรถยนต์ใหม่ในปี ๒๕๔๖ ทำให้เครื่องยนต์เผาไหม้สมบูรณ์ ปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ลดลง
  3. จัดทำแผนปฏิบัติการเร่งด่วนแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในกรุงเทพมหานคร และได้ประกาศหลักเกณฑ์การก่อสร้างอาคาร สาธารณูปโภค เพื่อควบคุมการปล่อยฝุ่นละอองสู่บรรยากาศโดยรัฐบาลในปี ๒๕๓๙
  4. ปรับปรุงคุณภาพน้ำมันดีเซล ในปี ๒๕๓๖ – ๒๕๓๗ ทำให้การระบายควันดำจากรถยนต์ลดลง
  5. รณรงค์ลดมลพิษทางอากาศ จัดกิจกรรมลดมลพิษทางอากาศอย่างเข้มงวด ในปี ๒๕๔๐–๒๕๔๑
  6. กำหนดนโยบายมาตรการลดมลพิษทางอากาศ ๑๓ มาตรการ โดยบูรณาการกับทุกภาคส่วน 
  7. กำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมโดยให้ความสำคัญด้านการลดมลภาวะในอากาศ ในปี ๒๕๔๗- ๒๕๕๑ โดยกำหนดให้ปี ๒๕๕๐ เป็นปีรณรงค์ลดฝุ่นละออง
  8. กำหนดมาตรการระยะสั้นและระยะยาว เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน 
  9. กำหนดยุทธศาสตร์การเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษทางอากาศและเสียงในการพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็นมหานครแห่งสิ่งแวดล้อม ในปี ๒๕๕๐ – ๒๕๕๕
           ปัญหาฝุ่นละอองแม้จะได้รับการแก้ไขจนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม แต่ในบางพื้นที่ของกรุงเทพมหานครยังคงมีปัญหาฝุ่นละอองปรากฏให้เห็นอยู่ โดยเฉพาะริมถนนในพื้นที่เขตชั้นในที่มีการจราจรหนาแน่นสูง  อีกทั้งรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถบรรทุกเล็ก (ปิกอัพ) ที่ขาดการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ เข้ามาวิ่งรับส่งสินค้า ซึ่งได้ระบายควันดำออกมาปริมาณมาก เป็นผลให้บริเวณริมถนนของพื้นที่ชั้นในยังคงมีฝุ่นละอองสูง และที่สำคัญปัญหามลพิษทางอากาศจากการจราจรในเขตชั้นใน ยังทำให้เกิดปัญหาโอโซนสูงในบริเวณชานเมืองอีกด้วย ดังนั้น สิ่งท้าทายกับการจัดการปัญหาคือ ต้องเน้นการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง  ปัจจุบันรถร่วมบริการที่เคยปล่อยควันดำ ภาพดังกล่าวอาจจะไม่ได้พบเห็นอีกต่อไป เนื่องจากรถร่วมบริการเกือบทั้งหมดได้เปลี่ยนมาใช้ก๊าซธรรมชาติ รถบรรทุกขนาดใหญ่และรถปิกอัพ ยังเป็นแหล่งปล่อยฝุ่นควันดำ ถือเป็นความท้าทายในการจัดการกับรถควันดำซ้ำซากเหล่านี้



          จากรูปที่ ๑ วิเคราะห์ได้ว่า ปริมาณฝุ่นขนาดเล็กริมถนนและพื้นที่ทั่วไปมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน โดยปัจจุบันปริมาณฝุ่นขนาดเล็กในพื้นที่ทั่วไปส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ในขณะที่ริมถนนส่วนใหญ่เกินเกณฑ์มาตรฐาน มีข้อสังเกตว่าฝุ่นขนาดเล็กลดลง ในปี ๒๕๓๖-๒๕๓๗  และปี ๒๕๔๗ – ๒๕๔๘ เนื่องจากนโยบายการลดปริมาณกำมะถันในน้ำมันดีเซล โดยตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๓๕ ลดกำมะถันจาก ๑๐,๐๐๐ ppm เหลือ ๕,๐๐๐ ppm  และตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๗  ลดกำมะถันจาก ๕๐๐ ppm เหลือ ๓๕๐ ppm  และคาดว่าหลังปี ๒๕๕๕ ปริมาณฝุ่นขนาดเล็กจะลดลงอีก เนื่องจากแผนการลดปริมาณกำมะถันในน้ำมันดีเซล ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ ลดกำมะถันจาก ๓๕๐ ppm เหลือ ๕๐ ppm  ส่วนในปี ๒๕๔๐ ฝุ่นขนาดเล็กสูง เนื่องจากเศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง มีกิจกรรมการก่อสร้างและการขนส่งมากขึ้น ในขณะที่ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๑ เป็นต้นมา มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากได้เข้มงวดมาตรการลดมลพิษทางอากาศ ๑๓ มาตรการหลัก โดยบูรณาการกับทุกภาคส่วน ตามปีรณรงค์ลดมลพิษทางอากาศ และมีแนวโน้มสูงอีกครั้งในปี ๒๕๔๗ หลังจากนั้นมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากการลดปริมาณกำมะถันในน้ำมันดีเซล และที่สำคัญกรุงเทพมหานครได้มีมาตรการลดมลภาวะทางอากาศ โดยดำเนินกิจกรรมลดฝุ่นละอองอย่างเป็นรูปธรรมจนถึงทุกวันนี้



          จากรูปที่ ๒ วิเคราะห์ได้ว่า ปริมาณฝุ่นรวมริมถนนและพื้นที่ทั่วไปมีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยปัจจุบันในพื้นที่ทั่วไปส่วนใหญ่พบฝุ่นรวมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ในขณะที่ยังพบเกินมาตรฐานในบริเวณ ริมถนน มีข้อสังเกตว่า ฝุ่นรวมสูงสุดในปี ๒๕๓๘ – ๒๕๓๙ เนื่องจากเศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง มีกิจกรรมการก่อสร้างมากมาย เช่น อาคาร สาธารณูปโภค เช่น รถไฟฟ้าบีทีเอส และลดลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ปี ๒๕๔๐-๒๕๔๒ และค่อยๆลดลงจนถึงปี ๒๕๔๖ เนื่องจากนโยบายลดมลพิษทางอากาศ กำหนดให้มีการควบคุมฝุ่นละอองจากการก่อสร้างอย่างเข้มงวด เช่น ใช้ผ้าใบปิดคลุมอาคารที่กำลังก่อสร้าง ล้างล้อรถในบริเวณก่อสร้างก่อนออกสู่ถนน แล้วสูงขึ้นอีกครั้งในปี ๒๕๔๗ และจากนั้นมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากได้เพิ่มความถี่ของการล้างและดูดฝุ่นถนน ควบคู่กับการควบคุมฝุ่นจากการก่อสร้างทุกรูปแบบ และได้เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งในปี ๒๕๕๓ เนื่องจากได้มีกิจกรรมการก่อสร้างอาคารหรือสาธารณูปโภค เช่นรถไฟฟ้าในบริเวณริมถนนมากขึ้น 
          ฝุ่นละอองเฉลี่ยรายปีข้างต้นที่มีแนวโน้มลดลง สอดคล้องกับข้อมูลฝุ่นละอองเฉลี่ย ๒๔ ชั่วโมง   ที่ได้มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการศึกษาและวิเคราะห์คุณภาพอากาศและเสียง บริเวณถนนที่เสี่ยงต่อการเกิดมลพิษตรวจวัดมลพิษ ๕๐ สาย ในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาใช้ประโยชน์ในการประเมินผลการดำเนินโครงการหรือใช้ระบุความเร่งด่วนเพื่อกำหนดมาตรการที่เหมาะสม


          จากรูปที่ ๓ วิเคราะห์ได้ว่าในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓ – มกราคม ๒๕๕๔ ปริมาณฝุ่นละอองสูง เนื่องจากเป็นฤดูหนาว ความกดอากาศสูง เกิดการสะสมของมลพิษ ก่อนที่จะสูงอีกครั้งในเดือนมีนาคม ๒๕๕๔ เนื่องจากเข้าช่วงฤดูแล้งมีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามฝุ่นละอองลดลงอย่างเห็นได้ชัดในเดือนเมษายน ๒๕๕๔ เนื่องจากสำนักสิ่งแวดล้อมได้ประสานขอให้สำนักงานเขตพื้นที่เข้มงวดมาตรการลดฝุ่นละออง โดยเฉพาะการเพิ่มความถี่ของการล้างและดูดฝุ่นถนน
          จากบทเรียนการจัดการฝุ่นละอองในอดีต พบว่า นโยบายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การแก้ไขปัญหาประสบความสำเร็จ  ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่จะต้องกำหนดนโยบายด้านการจัดการคุณภาพอากาศเป็นวาระแห่งเมือง (City Agenda) โดยกำหนดภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ เพื่อขับเคลื่อนให้การแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองประสบผลสำเร็จ จำเป็นที่จะต้องบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกของกรุงเทพมหานครควบคู่กับการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ลดความซ้ำซ้อน โดยต้องมีการจัดตั้งศูนย์ควบคุมมลพิษทางอากาศและเสียงขึ้น เน้นแก้ปัญหาฝุ่นละออง ด้วยการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงใช้ยานพาหนะมลพิษต่ำ ปรับปรุงระบบขนส่งมวลชน ผลักดันการใช้ตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะทุกรูปแบบ ส่งเสริมการใช้จักรยาน จัดถนนคนเดิน กำหนดเขตปลอดมลพิษ เพิ่มความถี่ของการล้างและดูดฝุ่นถนน ควบคุมฝุ่นละอองจากการก่อสร้างถนน อาคารหรือการขุดถนน เพื่อปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค ควบคุมให้รถบรรทุกต้องมีผ้าใบปิดคลุม เพื่อป้องกันวัสดุฟุ้งปลิว  ล้างล้อรถในบริเวณก่อสร้างก่อนออกสู่ถนน เพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือติดตั้งน้ำพุเพื่อดักจับฝุ่นละออง สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ต้องรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาฝุ่นละออง ผ่านพื้นที่สื่อทุกรูปแบบ เพื่อสื่อสารสถานการณ์ปัญหาและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย และคุณภาพชีวิต ให้ประชาชนทราบและร่วมกันลดฝุ่นละอองให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป
กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม
สิงหาคม, ๒๕๕๔







บทความนี้มาจาก Environment Department
http://bangkok.go.th/environment

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://bangkok.go.th/environment/modules.php?name=News&file=article&sid=107