Search
  on  
สรุปรายงานสถานการณ์น้ำ



ระบบขอรับบริการสุขาเคลื่อนที่ออนไลน์



สวนวชิราภิรมย์ DOG Park



แผนปฏิบัติราชการประจำปี 2560



Download สติ๊กเกอร์ประเภทขยะ



service



มุมความรู้สิ่งแวดล้อม(KM)



โครงการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเชิงรุกในการจัดกรรมสิทธิ์



Online
ขณะนี้มี บุคคลทั่วไป และ สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่

Select Languages
เลือกรูปแบบภาษา:


Search



Random Headlines

ขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล
[ ขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล ]

·มูลฝอยจากกรุงเทพฯ ไปไหน?
·แนวทางการจัดการมูลฝอยในศูนย์การค้า (ต่อ2)
·แนวทางการจัดการมูลฝอยในศูนย์การค้า
·House Maintenance - รู้จักแยก รู้จักทิ้ง
·สารอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds, VOCs)
·อันตรายและแนวทางการจัดการซากโทรศัพท์มือถือ และซากแบตเตอรี่
·รู้หรือไม่ ในบ้านเรามีขยะอันตรายอะไรบ้าง
·ขยะอิเล็คทรอนิคส์เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในประเทศกำลังพัฒนา
·จัดการกับปัญหาน้ำเสียให้อยู่หมัด

Main Menu
 หน้าแรก(ข่าวสาร) :
 หน้าแรก
 เผยแพร่เรื่อง/บทความ
 เรื่องทั้งหมด
 ค้นหา
 มุมความรู้สิ่งแวดล้อม(KM)
 สำหรับสมาชิก :
 รายนามสมาชิก
 เข้าสู่ระบบ
 ข่าวสารส่วนตัว
 ร่วมด้วยช่วยกัน :
 กระดานข่าว
 ติดต่อสอบถาม
 แนะนำบอกต่อ
 เว็บลิงก์
 
 ดาวน์โหลด
 
 ข้อมูลสถิติ :
 สถิติการเข้าชม
 ยอดฮิตติดอันดับ
 แบบสำรวจ
 คู่มือ/เอกสาร :
 เนื้อหาสาระ
 ถาม/ตอบ
 บทวิจารณ์

Shout Box

เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ที่สามารถฝากข้อความได้ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

คุณรู้หรือไม่ ?

"จำนวนแถวของข้าวโพดในแต่ละฝักจะเป็นเลขคู่..แทงหวยซะดีมั้ย "


Public Relations DOE
 ข่าว/กิจกรรม :
 จัดการข่าว (News)
 ปฏิทินกิจกรรม
 Upload ภาพกิจกรรม

แบบสอบถามความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการให้บริการ
 
แบบประเมินอบรมฯ Route Map
สำรวจความพึงพอใจฯ
สำรวจการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
สำรวจความโปร่งใสฯ

ราคาน้ำมันปั๊ม ปตท.

แผนปฏิบัติราชการสำนักสิ่งแวดล้อม 2552
ติดประกาศ Fri 19 June 2009@12:52:45 โดย pa

ยุทธศาสตร์การบริหาร planing บันทึก "           สำนักสิ่งแวดล้อม  มีหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม  ศึกษาวิเคราะห์  วิจัย  เพื่อแก้ไขฟื้นฟู  ส่งเสริม  และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานครภารกิจสำคัญได้แก่การควบคุมและลดมลพิษทางอากาศและเสียง  การบำรุงรักษาและการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานคร    การปรับปรุงตกแต่งภูมิทัศน์ของเมืองและการอนุรักษ์พลังงาน   การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการมูลฝอยสิ่งปฏิกูลและของเสียอันตราย   เพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดมูลฝอยโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม  การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการให้บริการขนถ่ายและกำจัดสิ่งปฏิกูล  การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อใช้ในการบริหารจัดการและการบริการประชาชน 

การอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน และการลดภาวะโลกร้อน โดยมีแผนบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2548 – 2551 เป็นแผนแม่บท และแผนปฏิบัติราชการประจำปี พ.ศ. 2551 ของสำนักสิ่งแวดล้อม เป็นเครื่องมือในการแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยมีเป้าประสงค์ในการดำเนินงาน ดังนี้
        1.คุณภาพอากาศ และเสียงในพื้นที่กรุงเทพมหานครอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
        2.มีพื้นที่สีเขียวในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับจำนวนประชากร
        3.การจัดการมูลฝอย ของเสียอันตรายและสิ่งปฏิกูลของกรุงเทพมหานครมีประสิทธิภาพไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
        4.ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์พลังงาน
        5.ระบบการบริหารจัดการโปร่งใส มีประสิทธิภาพ
        ผลจากการดำเนินการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี พ.ศ. 2551 สำนักสิ่งแวดล้อมตั้งเป้าหมายตามตัวชี้วัดที่ต้องรับผิดชอบทั้งหมดจำนวน 51 ตัวชี้วัด ดำเนินการบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้   ซึ่งสามารถดำเนินการได้เสร็จเรียบร้อยทุกโครงการ/กิจกรรม โดยสรุปผลการดำเนินการในแต่ละด้านได้ ดังนี้

ด้านการจัดการคุณภาพอากาศและเสียง
         การดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศและเสียงในภาพรวมของกรุงเทพมหานคร  โดยการควบคุมตรวจสอบลดมลพิษจากแหล่งกำเนิดประเภทอื่นได้แก่การก่อสร้าง การควบคุมรถบรรทุกคลุมผ้าใบ การล้างล้อรถบรรทุกก่อนออกจากสถานที่ก่อสร้าง การดำเนินการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการไม่ให้ก่อมลพิษ การควบคุมมลพิษจากยานพาหนะ ได้แก่ การตรวจวัดมลพิษจากยานพาหนะ การตรวจวัดระดับเสียงจากรถยนต์และเรือโดยสาร   และการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและเสียงในบรรยากาศและบริเวณริมเส้นทางจราจร โดยมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศและเสียงริมเส้นทางจราจรของกรุงเทพมหานคร จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ บริเวณสำนักงานเขตราชเทวี  พระโขนง  ราษฎร์บูรณะ และศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (สวนป่าวิภาวดีรังสิต)  มีรถตรวจวัดคุณภาพอากาศและเสียงเคลื่อนที่ (Mobile) จำนวน 1 คัน  การเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและเสียงในบรรยากาศ  โดยตรวจวัดคุณภาพอากาศและเสียงในถนนสีเขียว 60 สาย  และส่งข้อมูลให้กรมควบคุมมลพิษวิเคราะห์คุณภาพอากาศและเสียงในภาพรวมของกรุงเทพมหานคร เพื่อประเมินสถานการณ์ระดับคุณภาพอากาศ     อยู่ตลอดเวลา  และนำข้อมูลมาใช้ประกอบการพิจารณาจัดทำโครงการหรือกิจกรรมเพื่อเฝ้าระวังคุณภาพอากาศในพื้นที่   ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานคร     โดยการจัดตั้งสายด่วนควันดำ การอบรมอาสาสมัครพิทักษ์อากาศ และอาสาสมัครแจ้งรถควันดำ  เพื่อช่วยตรวจสอบยานพาหนะบนท้องถนนที่มี ควันดำ แล้วแจ้งไปยังสายด่วนควันดำ เพื่อดำเนินการติดตามให้เจ้าของรถยนต์นำรถยนต์เข้าตรวจสอบ   หากพบควันดำให้ดำเนินการแก้ไขต่อไป  นอกจากนั้นยังได้จัดทำสื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารเกี่ยวกับคุณภาพอากาศ เสียง และความสั่นสะเทือน เช่น โปสเตอร์ แผ่นพับ  แบรนเนอร์  รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศและเสียงของกรุงเทพมหานคร เพื่อรณรงค์สร้างความร่วมมือให้ประชาชนตระหนักในปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง


ด้านการเพิ่มพื้นที่สีเขียว
          ในปี 2551 พื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้น 718ไร่ ปรับปรุงที่ว่างสาธารณะและ     ที่ว่างของเอกชนเป็นสวนหย่อมหรือสวนสาธารณะได้จำนวน 613 แห่ง เปลี่ยนที่รกร้างว่างเปล่าเป็นพื้นที่        สีเขียวจำนวน 12 แห่ง ได้แก่ 1) พื้นที่บริเวณปากคลองเจ๊กริมคลองลำปลาทิว   2) ทางเข้าสำนักงานเขตบางบอน   3) ทางเข้าคอนโดวงแหวนเอกชัย เขตบางบอน  4) ทางเข้าโรงเรียนพรหมราษฎร์รังสรรค์ (ฝั่งขวา)  5) สะพานต่างระดับ เขตสวนหลวง  6) บริเวณถนนนวมินทร์ เขตคันนายาว  7) สวนหย่อมที่ว่างเลิฟเฮาส์ เขตบึงกุ่ม  8)บริเวณที่ว่างหน้าถนนสุวินทวงศ์ (ฝั่งขาออก) เขตมีนบุรี   9) สวนหย่อมริมคลองลำปลาทิว (ชุมชนปากคลองเจ๊ก) เขตลาดกระบัง  10) ที่ว่างไหล่ทางถนนสุวินทวงศ์ (ฝั่งขาเข้า)   หน้าร้านอาหารแม่เบี้ย เขตมีนบุรี   11) บริเวณที่ว่างไหล่ทางถนนรามอินทรา (ฝั่งขาออก) ข้างร.ร.เศรษฐบุตรบำเพ็ญ เขตมีนบุรี  12) บริเวณที่ว่างไหล่ทางถนนรามอินทราหน้าร้านสุขภัณฑ์เซ็นเตอร์      จำนวนต้นไม้ขนาดใหญ่และจำนวนพันธุ์พืชเพื่มขึ้น  421,999  ต้น มากกว่าเป้าหมายซึ่งกำหนดไว้ 100,000  ต้น    ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น  เช่นการเข้ารับการอบรมเรียนรู้ด้านธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศวิทยา    การปลูกต้นไม้ในวันสำคัญต่างๆ  การจัดสวนบนดาดฟ้า เพื่อใช้ในการพักผ่อนหย่อนใจและลดความร้อนของอาคาร นอกจากนั้นได้ดำเนินการตกแต่งเมืองและสถานที่สำคัญ ถนนสายสำคัญและในสวนสาธารณะในเทศกาลหรือวันสำคัญพิเศษให้มีความสวยงามด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด ได้แก่ การประดับตกแต่งเมืองเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ  วันเฉลิมพระชนมพรรษา  80  พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ปัญหาและอุปสรรค   มีข้อจำกัดในการหาพื้นที่เพื่อการจัดทำสวนสาธารณะหรือปรับปรุงเป็นพื้นที่สีเขียว  เนื่องจากพื้นที่ว่างเป็นของเอกชน หรือหน่วยงานอื่น  และไม่อนุญาตให้กรุงเทพมหานครเข้าไปดำเนินการใด ๆ   การดำเนินการเพิ่มพื้นที่สีเขียวจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก  ทำให้ในปี 2551 ดำเนินการเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้เพียง 718 ไร่  จากเป้าหมายที่กำหนดไว้ 750 ไร่ 

ด้านการจัดการขยะ สิ่งปฏิกูลและของเสียอันตราย
          กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน เป็นศูนย์กลางของการประกอบธุรกิจพาณิชยกรรม รวมทั้งเป็นตลาดแรงงานที่สำคัญที่สุด จึงเป็นปัจจัยดึงดูดคนจากภูมิภาคหรือท้องถิ่นอื่น ๆ ให้เข้ามาประกอบอาชีพ พักอาศัยในกรุงเทพมหานครทำให้จำนวนประชากรเพิ่มขึ้น ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคตามกระแสโลกาภิวัตน์  ส่งผลให้ปริมาณมูลฝอยจากแหล่งกำเนิดเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยในปี 2528 ปริมาณมูลฝอยที่จัดเก็บได้ มีจำนวน 3,260  ตันต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็น 6,633 ตัน ในปี 2538 และเพิ่มขึ้นสูงสุด ถึง 9,460 ต่อวัน ในปี 2545 และมีลดลงเป็น 9,349 ตันต่อวันและ 9,356 ตันต่อวันในปี 2546 และ2547  หลังจากที่กำหนดกลยุทธ์ส่งเสริมการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยตลอดจนการนำกลับมาใช้ใหม่  ในแผนบริหารราชการกรุงเทพมหานครปี 2548 -2551 ได้มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเกิดจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการลดและแยกมูลฝอย ทำให้ปริมาณขยะลดลงจากที่คาดการณ์เฉลี่ยร้อยละ 10 ต่อปี โดยมีปริมาณมูลฝอย 8,780  ตันต่อวันในปี 2551     
          การจัดการมูลฝอยในปีที่ผ่านมาได้เพิ่มประสิทธิภาพการบริการเก็บขนมูลฝอยให้สม่ำเสมอ     ลดปัญหามูลฝอยตกค้าง   โดยการจัดหารถเก็บขนมูลฝอยที่พร้อมใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพให้เพียงพอกับความต้องการใช้รถเก็บขนมูลฝอยของสำนักงานเขตเพื่อลดปัญหาเรื่องรถเก็บขนมูลฝอยเสียหรือชำรุด   การนัดเวลาทิ้ง เวลาเก็บ   การเก็บมูลฝอยแยกประเภท   การปรับปรุงระบบการบริหารจัดการเกี่ยวกับกระบวนการปฏิบัติงานของรถเก็บขนมูลฝอย         โดยปรับปรุงเส้นทางการเก็บขนมูลฝอย (Route Map)   ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่   และนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการควบคุมประสิทธิภาพการทำงานของรถเก็บขนมูลฝอย   มีระบบการจัดเก็บข้อมูลน้ำหนักมูลฝอยด้วยระบบคอมพิวเตอร์  และเชื่อมโยงเครือข่ายฐานข้อมูลระหว่างสถานีขนถ่ายมูลฝอยกับสำนักสิ่งแวดล้อม   และพัฒนาระบบการควบคุมเส้นทางรถเก็บขนมูลฝอยให้มีประสิทธิภาพโดยใช้ระบบ GPS  (Global Positioning System)  
          การเก็บขนมูลฝอยและการกำจัดมูลฝอยมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการค่อนข้างสูง โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อตันประมาณ 1,000 บาท  ทำให้กรุงเทพมหานครมีค่าใช้จ่ายในการจัดการมูลฝอยฝอย ปีละมากกว่า 3,000 ล้านบาท  ผู้บริหารกรุงเทพมหานครจึงมีนโยบายการลดปริมาณมูลฝอยร้อยละ 10 ต่อปี โดยส่งเสริมการลดปริมาณมูลฝอยที่แหล่งกำเนิด  เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน อาทิ ภาคเอกชน  ผู้ประกอบการ  ชุมชนสถานศึกษา และองค์การภาครัฐ  เข้ามาร่วมดำเนินการกิจกรรมต่างๆ เช่นความร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมการจัดการขยะรีไซเคิลในสถาบันศึกษา   ห้างสรรพสินค้า  ร้านสะดวกซื้อ  ความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน   จัดตั้งจุดรับซื้อมูลฝอยรีไซเคิลในรูปของธนาคารขยะ    การส่งเสริมการคัดแยกขยะเศษอาหารกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อส่งเสริมให้นำไปเป็นอาหารสัตว์  ปุ๋ยหมัก  ปุ๋ยชีวภาพและการหมักปุ๋ยอินทรีย์ในครัวเรือนตามวิธีการของ Takakura  Home  Method  เป็นต้น ส่งผลให้สามารถลดปริมาณมูลฝอยจากคาดการณ์ระหว่างปี 2548-2551 ได้ร้อยละ 9.60,12.30,10.20 และ10.84 ตามลำดับ
          การกำจัดมูลฝอย   ได้พัฒนาระบบการกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล  โดยศึกษาแนวทางการจัดการมูลฝอยแบบผสมผสานนำมูลฝอยกลับมาใช้ใหม่ก่อนนำไปฝังกลบ  เพื่อลดปริมาณมูลฝอยฝังกลบและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่า    โดยมูลฝอยที่จัดเก็บได้ส่วนหนึ่งถูกนำไปกำจัดโดยวิธีการทำปุ๋ยหมักในโรงงานหมักทำปุ๋ย ขนาด  1,000 ตันต่อวัน   จะได้ปุ๋ยหมักประมาณ 300 ตัน/วัน   กากของเสียที่เหลือ เช่นพลาสติกนำกลับไปใช้ประโยชน์ใหม่ในรูปของเชื้อเพลิงแข็งอัดแท่ง (RDF)  และกากของเสียที่เหลือเช่นกระดาษ (Non Recycle) พลาสติก (Non Recycle) กระเบื้อง  หนังและยาง  กระดูกและเปลือกหอย   ผ้าและสิ่งทอหินและเซรามิคซึ่งไม่สามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ได้จะถูกนำไปฝังกลบอย่างถูกสุขลักษณะ (Sanitary landfill) ได้ทั้งหมดวันต่อวัน ไม่มีขยะตกค้าง ณ สถานีขนถ่ายมูลฝอยทั้ง 3 แห่ง   ในส่วนของมูลฝอยติดเชื้อสามารถให้บริการเก็บขนมูลฝอยติดเชื้อในสถานพยาบาลขนาดใหญ่ได้อย่างทั่วถึง  และให้บริการจัดเก็บมูลฝอยติดเชื้อในสถานบริการสาธารณสุขได้มากขึ้นถึงร้อยละ 80  โดยมูลฝอยติดเชื้อที่จัดเก็บได้จะถูกนำไปกำจัดด้วยการเผาในเตาเผาที่อุณหภูมิสูงเฉลี่ย 1,000 องศาเซลเซียส    นอกจากนั้นยังสามารถรวบรวมและกำจัดมูลฝอยอันตรายได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ร้อยละ 109.09  ทั้งนี้เนื่องจากประชาชนและภาคเอกชน    ให้ความร่วมมือในการจัดการกับมูลฝอยอันตรายมากขึ้น  โดยมีสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการมูลฝอยอันตรายเพิ่มขึ้น 67 ราย
 ปัญหาและอุปสรรค   ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน  สถานประกอบการ   ภาครัฐและภาคเอกชนในการลดและคัดแยกมูลฝอยจากแหล่งกำเนิดอย่างเพียงพอ   จึงยังพบว่ามีขยะรีไซเคิล  ขยะอินทรีย์  และขยะอันตรายปะปนไปกับขยะทั่วไปอีกจำนวนมาก  

ด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน  
           ประเทศไทยมีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นทุกปีตามการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ  โดยในปี 2549 มีการใช้พลังงานรวมทั้งประเทศ 63.18 ล้านตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ร้อยละ 1.3   คิดเป็นมูลค่าการใช้พลังงานรวม 951,827 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ 52.187 ล้านตัน และการใช้พลังงานหมุนเวียน 10.993 ล้านตัน เทียบเท่าน้ำมันดิบ เมื่อแบ่งตามภาคการผลิตพบว่า การอุตสาหกรรม   มีการใช้พลังงานมากที่สุด ร้อยละ 37.8  ของการใช้พลังงานทั้งหมด รองลงมาเป็นการใช้ในการคมนาคมขนส่ง  ในบ้านที่อยู่อาศัย และธุรกิจการค้า  การเกษตรกรรม และอื่นๆ ร้อยละ 36.0, 14.3, 6.2, 5.3 และ 0.4 ตามลำดับ    กรุงเทพมหานคร ตระหนักในปัญหาการลดลงของพลังงานฟอสซิลซึ่งนับวันจะหมดไป  เนื่องจากมีความต้องการ ใช้ในปริมาณที่มากขึ้น ทำให้มีราคาไม่แน่นอน  และปัญหาอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงได้ศึกษาและพัฒนาแนวทางการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนโดยจัดกิจกรรมรณรงค์ลดการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
           1.ด้านการอนุรักษ์พลังงาน     ดำเนินโครงการและกิจกรรมรณรงค์ลดการใช้พลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  เช่นการเปลี่ยนหลอดประหยัดพลังงานประเภทฟลูออเรสเซนต์ (T8) เป็นหลอดผอมใหม่เบอร์ 5 ร่วมกับการไฟฟ้าการฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย    การพัฒนาความร่วมมือด้านที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปรับปรุงพัฒนาอาคารในกรุงเทพมหานคร โดยประสานกับเจ้าของโครงการเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมใน 5 ด้าน ประกอบด้วย  1. การปรับปรุงภูมิทัศน์  2. การประหยัดพลังงานหรือใช้พลังงานทดแทนจากธรรมชาติ  3. การประหยัดน้ำ  4. การบำบัดน้ำเสีย  5. การลดปริมาณขยะ ได้มีการปรับปรุงอาคารเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยร่วมกับ UNEP และ Clinton Foundation เพื่อดำเนินการร่วมกันด้านการปรับปรุงอาคารเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการปรับปรุงอาคารของกรุงเทพมหานคร  และเชิญชวนให้เจ้าของอาคารที่สนใจเข้าร่วมโครงการด้วย     นอกจากนั้นกรุงเทพมหานครได้ร่วมมือกับ UNEP และ United Nations Centre for Regional Development (UNCRD) เพื่อหาแนวทางดำเนินการงานด้านการส่งเสริมรถยนต์สะอาด โดย UNCRD สนับสนุนงบการศึกษาด้านการส่งเสริมรถยนต์สะอาดของกรุงเทพมหานคร เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อส่งเสริมรถยนต์สะอาด
            2.ด้านพลังงานทดแทน  ดำเนินโครงการศึกษาวิจัยและติดตั้งระบบผลิตน้ำร้อนและไฟฟ้าแสงสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร  โดยทำการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าแสงสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ในโรงเรียน 1 แห่ง ที่โรงเรียนประชานิเวศน์และติดตั้งระบบผลิตน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ในโรงเรียน 12 แห่ง  โครงการนำร่องผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันประกอบอาหารใช้แล้วของกรุงเทพมหานคร เป็นโครงการนำร่องไบโอดีเซลจากน้ำมันประกอบอาหารใช้แล้วขนาด 100 ลิตร/วัน โดยมีโรงเรียนประชานิเวศน์เป็นสถานที่ตั้งโครงการ  โครงการไบโอดีเซลเพื่อสังคมไทยสู่เศรษฐกิจพอเพียงเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา        เป็นโครงการที่กรุงเทพมหานครได้ร่วมลงนามกับบริษัทบางจาก ปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) ในการรับซื้อน้ำมันพืชใช้แล้วมาผลิตไบโอดีเซล โดยกรุงเทพมหานครจะดำเนินการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมและรณรงค์ให้ความรู้กับประชาชนเพื่อสร้างความตระหนักและความสำคัญในการรักษาสภาพแวดล้อม โดยนำน้ำมันพืชใช้แล้วจำหน่ายให้แก่บริษัท บางจากฯเพื่อนำไปผลิตไบโอดีเซล  โครงการติดตั้งรถยนต์ใช้ก๊าซ NGV รถยนต์ส่วนกลาง โดยได้รับสนับสนุนงบประมาณการติดตั้งจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน จำนวน100 คัน  และดำเนินโครงการพัฒนาและสาธิตถังหมักก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์ขนาดเล็ก  โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ  ดำเนินโครงการพัฒนาและสาธิตถังหมักก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์สำเร็จรูปขนาดเล็ก ขนาด 2.4 ลบ.ม. ติดตั้งในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 40 แห่ง  และได้ติดตามผลการใช้งานระบบผลิตก๊าซชีวภาพที่ได้ติดตั้งไปแล้ว เพื่อนำผลที่ได้มาพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพ และใช้งานได้ง่าย และสะดวกขึ้น  


ด้านการร่วมแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน
          ภาวะโลกร้อน( Global  Warming) เป็นปรากฏการณ์อันเนื่องมาจากการที่โลกไม่สามารถระบายความร้อนออกไปได้ จึงทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น  ปัจจุบันโลกของเรากำลังถูกปกคลุมด้วยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse  Gases) ที่มากเกินสมดุลของธรรมชาติ   ซึ่งก๊าซเรือนกระจกจะทำการเก็บกักความร้อนไม่ให้สะท้อนออกนอกผิวโลก  ทำให้อุณหภูมิพื้นผิวโลกเพิ่มสูงขึ้น องค์การสหประชาชาติได้ประมาณการว่า อุณหภูมิของโลกจะสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 2-4 0C ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 20- 50 cm. ในเวลาอีก 10-50  ปีนับจากปัจจุบัน  โดยสาเหตุหลักที่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นเกิดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ประมาณ 53%  , ก๊าซมีเทน( CH4) ประมาณ 17% , ก๊าซไนตรัสออกไซด์(N2O) ประมาณ 12% , คลอโรฟลูโอโร คาร์บอน (CFCS) ประมาณ 5% และ โอโซน (O3) ประมาณ 13%  ซึ่งมาจากการดำเนินกิจกรรมของมนุษย์ได้แก่ การใช้ไฟฟ้า  การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการขนส่ง  ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร  เป็นต้น โดยกรุงเทพมหานครมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคส่วนต่างๆ จำนวน 120,000 ตันต่อวัน    การปล่อยก๊าซดังกล่าวเป็นจำนวนมากมีส่วนในการเร่งให้เกิดภาวะโลกร้อน  ทำให้ผลกระทบในด้านต่าง ๆ ทวีความรุนแรงและเพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเกิดน้ำท่วม  อุณหภูมิในบรรยากาศโลกสูงขึ้น  การระบาดของเชื้อโรค   กรุงเทพมหานครได้จัดประชุมร่วมกันระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน     เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน   ทำให้ได้แนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนใน  7  ประเด็นหลัก  ได้แก่
          1. ลดและควบคุมการใช้พลังงาน  ได้แก่  การใช้หลอดตะเกียบแทนหลอดไส้  เป็นต้น
          2. การใช้รถยนต์/รถจักรยาน   ได้แก่  การดับเครื่องยนต์ระหว่างรอเติมน้ำมัน  เป็นต้น
          3. ลดปริมาณขยะโดยใช้หลัก 3R  คือ  Reuse Reduce Recycle 
          4. หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุที่รีไซเคิลไม่ได้
          5. สร้างนิสัยในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า
          6. การบริโภคอาหาร
          7. การส่งเสริมการปลูกต้นไม้ 
          จากความร่วมมือของหน่วยงานนำไปสู่การเกิดปฏิญญากรุงเทพมหานครว่าด้วยความร่วมมือลดปัญหาภาวะโลกร้อน  5 ประการ ดังนี้
          1) เราจะลดการใช้พลังงานและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกกิจกรรม ในภาคการผลิตและการบริโภค เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนน้อยที่สุด
          2) เราจะร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนบทบาทของเยาวชน ชุมชน ธุรกิจ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ และปัจเจกบุคคลให้มีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดภาวะโลกร้อน
          3) เราจะให้การสนับสนุนและส่งเสริมวิถีชีวิตบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นการป้องกัน เตรียมรับ และปรับตัวสู้กับภาวะโลกร้อน
          4) เราจะให้การสนับสนุน ส่งเสริม และร่วมทำกิจกรรมที่จะทำให้เกิดการดูดซับก๊าซเรือนกระจกด้วยการปลูกและดูแลต้นไม้ยืนต้นอย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง
          5) เราจะส่งเสริมให้มีกิจกรรมการลดและป้องกันภาวะโลกร้อนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนด้วยการเผยแพร่ข้อมูลและให้ความรู้สู่การปฏิบัติในทุกโอกาส
 ผลจากการร่วมประชุมสุดยอดผู้นำด้านสภาพอากาศ (C40 Large Cities Climate Summit)    ที่กรุงนิวยอร์ก  ประเทศสหรัฐอเมริกา  ระหว่างผู้นำท้องถิ่นของมหานครต่างๆ ประกอบด้วยมหานครนิวยอร์ก  ชิคาโก ฮุสตัน ซานฟรานซิสโก ลอสแองเจลลิส  ยูทาห์  โตรอนโต เม็กซิโก เซาเปาโล ลอนดอน  ร็อตเตอร์ดัม ซิดนีย์ เมลเบลิ์น โซล โตเกียว  กรุงเทพมหานคร   องค์กรภาคเอกชน  และมูลนิธิบิลคลินตันฯลฯ จะต้องมีแผนในการปฏิบัติการแก้ไขที่ชัดเจน โดย ธนาคารโลก (World Bank) จะให้การสนับสนุน       
           กรุงเทพมหานครในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน โดยส่งคณะทำงานเข้ามาสนับสนุนกรุงเทพมหานครใน 3 ด้านหลักได้แก่
           1.การจัดระบบขนส่งมวลชน การวางผังเมือง และการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพและลดปัญหาภาวะโลกร้อน
           2.การจัดการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยลดปัญหามลภาวะด้านต่างๆ โดยการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก รวมถึงปัญหาผลกระทบที่เกิดจากภาวะโลกร้อน เช่น การกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนปัญหาน้ำทะเลหนุน  เป็นต้น
           3.การซื้อขายคาร์บอนไดออกไซด์(Carbon Finance) เพื่อสนับสนุนโครงการช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกรุงเทพมหานคร
 นอกจากนี้  กรุงเทพมหานครได้ร่วมมือกับองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา  ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือจากโครงการต่างๆ ได้แก่
           - บันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการส่งเสริมการคัดแยกขยะกับสภาอุตสาหกรรม    
           - บันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการจัดทำระบบการจัดการขยะรีไซเคิลในสถาบัน การศึกษา กับสภาอุตสาหกรรมและมหาวิทยาลัยชั้นนำ 3 สถาบัน ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยมหิดล  และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์   เพื่อจัดการระบบการบริหารจัดการขยะรีไซเคิลในสถาบันการศึกษาให้มีการคัดแยกขยะ  การจัดตั้งธนาคารขยะ  และส่งเสริมให้เกิดกองทุนพัฒนาในสถาบันการศึกษา
           - บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดการซากหลอดฟลูออเรสเซนต์ กับ บริษัทโตชิบา ไลท์ติ้ง  จำกัด  จัดทำโครงการ เก็บ แยก  คืน ฟื้นชีวิตให้สิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาสุขภาพอนามัยของประชาชน และสิ่งแวดล้อมที่ดีอยู่คู่กับคนกรุงเทพฯ  เนื่องจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่หมดอายุเป็นขยะอันตราย  หากไม่มีการจัดเก็บและกำจัดที่ถูกวิธี    แต่ซากหลอดยังมีประโยชน์ในการนำไปรีไซเคิล เพื่อผลิตเป็นหลอดแก้วใหม่ได้ด้วย
           - ลงนาม MOU ลดภาวะโลกร้อนกับ UNEP  เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลความคืบหน้าในการรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนพร้อมผลักดันให้กรุงเทพมหานครเป็นผู้นำเมืองด้านการลดภาวะโลกร้อนของภูมิภาคอาเซียน   สร้างความตระหนักให้กับประชาชนถึงความรุนแรงของสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง  และจัดทำรายงานตรวจสอบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนที่ดำเนินการอยู่ และดำเนินกิจกรรมต่างๆ เช่น  จัดทำBangkok Climate Change Report  โครงการนำร่อง Eco-housing, Carbon-Neutral building, Eco-transport  และการนำกรุงเทพมหานครสู่ความเป็นเมืองหลวงด้านสิ่งแวดล้อม
           กรุงเทพมหานครได้จัดทำแผนปฏิบัติการว่าด้วยการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน 5 ปี (2550 -2555)โดยตั้งเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 15 %  ประกอบด้วยยุทธศาสตร์การดำเนินงานใน 5 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาระบบขนส่งมวลชน   การส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก  การปรับปรุงอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในอาคาร  การจัดการขยะและน้ำเสีย  และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว  มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตระหนักในปัญหาภาวะโลกร้อน  และเข้ามามีส่วนร่วมในการลดกิจกรรมที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนโดยจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเช่น กิจกรรม“ หยุด 15 นาที เพื่อกรุงเทพของเรา”  กิจกรรมรณรงค์เปลี่ยนหลอดไส้มาใช้หลอดตะเกียบ   กิจกรรมขี่จักรยานช่วยลดโลกร้อน  กิจกรรมไม่ขับช่วยดับเครื่อง  กิจกรรมปลูกต้นไม้สร้างสมดุล  กิจกรรมจากหนึ่งถึงสามล้านสานฝันเมืองสวย   กิจกรรมรณรงค์ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก  กิจกรรมช่วยลดวิกฤตโลกร้อน   กิจกรรมวันปลอดรถลดโลกร้อน “Bangkok Car Free Day 2007”  กิจกรรมลดขยะลดโลกร้อน   กิจกรรมอาคารรักษ์พลังงาน 

ด้านการบริหารจัดการเมืองตามหลักธรรมาภิบาล
 ส่งเสริมให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคี  องค์กรเอกชน  ชุมชน  หน่วยงานภาครัฐและเอกชน  และประชาชน เข้ามาร่วมดำเนินกิจกรรมต่างๆของสำนักสิ่งแวดล้อม     เพิ่มประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการโดยลดรอบเวลาการปฏิบัติราชการในกระบวนงานการขอใช้สถานที่สวนสาธารณะเพื่อถ่ายภาพยนตร์และบันทึกเทปโทรทัศน์เพื่อธุรกิจถ่ายภาพนิ่งเพื่อธุรกิจ      พัฒนาคุณภาพการปฏิบัติราชการ โดยข้าราชการและประชาชนที่เข้ามาติดต่อใช้บริการกับสำนักสิ่งแวดล้อมมีความพึงพอใจการบริการให้มากขึ้น   ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขเรื่องร้องเรียนจากประชาชน/ผู้รับบริการของกรุงเทพมหานครให้เสร็จเรียบร้อยภายในกำหนดเวลา     จัดให้มีระบบการประเมินผลการปฏิบัติราชการระดับบุคคลข้าราชการสำนักสิ่งแวดล้อมทุกระดับทุกคนเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการทำงานและควบคุมการทำงานของข้าราชการ    ดำเนินการโครงการ/กิจกรรมตามแผนกลยุทธ์การสร้างราชการใสสะอาดของกรุงเทพมหานคร  ดำเนินการตรวจสอบหรือแก้ไขเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบของหน่วยงาน   สร้างเสริมระบบคุณธรรมและจริยธรรมแก่บุคลากรภายในหน่วยงาน   จัดทำระบบบริหารความเสี่ยง    จัดทำระบบการควบคุมภายใน  และดำเนินการตามกิจกรรม  5 ส  ได้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติราชการสำนักสิ่งแวดล้อม 2551


วิสัยทัศน์  
           สำนักสิ่งแวดล้อมเป็นองค์กรหลักในการจัดการสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์พลังงานเพื่อให้กรุงเทพมหานครมีความร่มรื่น สะอาด และมีสิ่งแวดล้อมที่ดี 


เป้าประสงค์ของการพัฒนา
          1. คุณภาพอากาศ และเสียงในพื้นที่กรุงเทพมหานครอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน 
          2. มีพื้นที่สีเขียวในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับจำนวนประชากร 
          3. การจัดการมูลฝอย ของเสียอันตรายและสิ่งปฏิกูลของกรุงเทพมหานครมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 
          4. ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์พลังงาน
          5. ระบบการบริหารจัดการโปร่งใส มีประสิทธิภาพ 

ยุทธศาสตร์การพัฒนา  5 ด้านประกอบด้วย
           1. การลดปริมาณมูลฝอย และนำของเสียกลับไปใช้ประโยชน์
           2. การเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษทางอากาศและเสียง
           3. การเพิ่มพื้นที่สีเขียว
           4. การรักษาฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนกรุงเทพมหานคร
           5. การลดภาวะโลกร้อนและการอนุรักษ์พลังงาน
          

           รายละเอียดจะได้นำมาเสนอเพิ่มเติมในโอกาสต่อไป หรือขอข้อมูลเพิ่มเติมที่  กลุ่มงานแผนงานและประเมินผล  กองนโยบายและแผนงาน  สำนักสิ่งแวดล้อม

"

 
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
· ข้อมูลเพิ่มเติม ยุทธศาสตร์การบริหาร
· เสนอข่าวโดย pa


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด ยุทธศาสตร์การบริหาร:
ตัวชี้วัดบูรณาการสำนักสิ่งแวดล้อมและสำนักงานเขต ปี 2556-2559


คะแนนของบทความ
คะแนนเฉลี่ย: 5
จำนวนผู้ลงคะแนน: 9


โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่


ส่วนเพิ่ม

 หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์


"แผนปฏิบัติราชการสำนักสิ่งแวดล้อม 2552" | สมัครสมาชิกที่นี่ | 1 ข้อคิดเห็น | ค้นหาข้อคิดเห็น
ความคิดเห็นที่แสดงนี้เป็นของเป็นของผู้ลงประกาศ. ทางเว็บไซต์ ไม่ขอรับผิดชอบในเนื้อหาเหล่านี้.

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น , โปรด ลงทะเบียน

Re: แผนปฏิบัติราชการสำนักสิ่งแวดล้อม 2552 (จำนวน: 1)
โดย oakleysunglasses เมื่อ Thu 28 April 2016@13:18:47
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป)

Erin ferragamo shoes,ferragamo,salvatore ferragamo,ferragamo belts,ferragamo belt,ferragamo outlet Andrews vans,vans pas cher,vans soldes has been awarded longchamp,sac longchamp,longchamps,longchamp pas cher,sac longchamp pas cher,longchamp pliage,longchamp soldes,sac longchamps,longchamp france $55 million in her oakley sunglasses,oakley vault,oakley sunglasses cheap,oakleys,oakley.com,sunglasses outlet,cheap oakley,cheap oakley sunglasses,oakley outlet,cheap sunglasses,oakley prescription glasses,fake oakleys,oakley sunglasses outlet,oakley glasses,oakley store,fake oakley,oakley sale,cheap oakleys,discount oakley sunglasses lawsuit against the owner coach outlet,coach factory outlet,coach outlet store,coach factory,coach outlet store online,coach factory online,coach factory outlet online,coach outlet online of the Nashville hotel soccer shoes,nike mercurial in which she cheap oakley sunglasses was karen millen dresses filmed while changing ray ban pas cher,ray ban,rayban,lunette ray ban pas cher clothes montre pas cher in her marc jacobs room, uggs outlet the hotel’s former management toms outlet group and the converse pas cher man hermes,sac hermes,hermes pas cher,sac hermes pas cher who did pandora charms,pandora uk,pandora bracelet,pandora rings,pandora,pandora sale,pandora bracelets,pandora jewellery,pandora ring,pandora charm,pandora earrings,pandora jewelry,pandora necklace,pandora charms uk it s5 cases and uploaded the footage to the Internet. Andrews had asked ray ban for $75 million in iphone 6 cases her lawsuit over the 2008 incident, claiming air force,nike air force,air force 1,air force one,nike air force 1,nike air force one,air force one nike ongoing emotional burberry pas cher distress from north face outlet,north face,the north face,northface,north face jackets,north face jackets clearance,the north face outlet the celine handbags,celine bag,celine bags episode and the video’s north face continued ralph lauren,ralph lauren uk,ralph lauren outlet,polo ralph lauren outlet existence online.The 37-year-old Fox Sports true religion and ABC reporter was kate spade handbags,kate spade,kate spade outlet,katespade working for ESPN at the อ่านความเห็นต่อ...




 
สำนักสิ่งแวดล้อม ศาลาว่าการ กทม.2 ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กท.10400 โทร. 0 2247 1671
Environment Department, Bangkok City Hall 2  Mitrmaitri Road, Dindeang District, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0 2247 1671, 0 2246 0687 Fax 0 2245 3377

Bangkok Metropolitan Administration (BMA)
173 Dinso Road, Sao Ching Cha, Phra Nakorn District, Bangkok 10200, Thailand Tel. 02 224 3055, 02 2261710 Fax. 02 224 3059
Website : http://www.bangkok.go.th/environment

The Bangkok Metropolitan Administration (BMA) is organized in accordance with the Bangkok Metropolitan Administration Act 1985 to be responsible for the management of the city of Bangkok. It is the sole organization at the local authority level responsible for its duties and it provides services for the well-being of Bangkok residents.