Search
  on  
ระบบขอรับบริการสุขาเคลื่อนที่ออนไลน์



สวนวชิราภิรมย์ DOG Park



แผนปฏิบัติราชการประจำปี 2561



Download สติ๊กเกอร์ประเภทขยะ



service



มุมความรู้สิ่งแวดล้อม(KM)



โครงการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเชิงรุกในการจัดกรรมสิทธิ์



Online
ขณะนี้มี บุคคลทั่วไป และ สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่

Select Languages
เลือกรูปแบบภาษา:


Search



Random Headlines

การมีส่วนร่วม
[ การมีส่วนร่วม ]

·เพิ่มมูลค่าด้วยการคืนชีวิตให้ขยะ
·ขยะย่อยสลายได้ แยกไปใช้ประโยชน์ที่บ้านเรา
·การจัดการขยะของฟูกูโอกะ (จบ)
·การจัดการขยะของฟูกูโอกะ (ต่อ4)
·การหมักทำปุ๋ยอินทรีย์ในครัวเรือนตามวิธี Takakura Home Method
·การจัดการขยะของฟูกูโอกะ (ต่อ3)
·การจัดการขยะของฟูกูโอกะ (ต่อ2)
·กลับบ้านหลังน้ำลดคราวนี้ มีอะไรต้องทำ
·Go Green

Main Menu
 หน้าแรก(ข่าวสาร) :
 หน้าแรก
 เผยแพร่เรื่อง/บทความ
 เรื่องทั้งหมด
 ค้นหา
 มุมความรู้สิ่งแวดล้อม(KM)
 สำหรับสมาชิก :
 รายนามสมาชิก
 เข้าสู่ระบบ
 ข่าวสารส่วนตัว
 ร่วมด้วยช่วยกัน :
 กระดานข่าว
 ติดต่อสอบถาม
 แนะนำบอกต่อ
 เว็บลิงก์
 
 ดาวน์โหลด
 
 ข้อมูลสถิติ :
 สถิติการเข้าชม
 ยอดฮิตติดอันดับ
 แบบสำรวจ
 คู่มือ/เอกสาร :
 เนื้อหาสาระ
 ถาม/ตอบ
 บทวิจารณ์

Shout Box

เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ที่สามารถฝากข้อความได้ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

Public Relations DOE
 ข่าว/กิจกรรม :
 จัดการข่าว (News)
 ปฏิทินกิจกรรม
 Upload ภาพกิจกรรม

แบบสอบถามความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการให้บริการ
 
แบบประเมินอบรมฯ Route Map
สำรวจความพึงพอใจฯ
สำรวจการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
สำรวจความโปร่งใสฯ

โอกิทาวน์ เมืองที่การจัดการขยะโดยชาวเมืองทุกคน
ติดประกาศ Sat 14 January 2012@00:00:00 โดย pa

ขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล panu บันทึก "             เมืองโอกิ ทาวน์ เป็นเมืองเล็กๆ ประชากรประมาณหมื่นครอบครัว เมืองนี้ประชากรมีอาชีพทางการเกษตร และธุรกิจอื่นๆ ปะปนกัน แต่ที่น่าทึ่งเพราะที่นี่ไม่มีขยะ มีแต่วัตถุดิบหรือทรัพยากรที่เปลี่ยนเป็นพลังงาน เป็นสารบำรุงดิน เป็นเงิน มาใช้ภายในเมืองของพวกเขาเอง สามารถกล่าวได้ว่าแนวคิดคล้ายแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงของเรา ทำให้เมืองนี้เป็นเมืองที่สงบ น่าอยู่ ทุกคนมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย สบายๆ...

                 ผู้บริหารเมืองโอกิทาวน์ ได้สร้างโรงงานผลิตไบโอแก๊ส ไว้สำหรับบำบัดขยะเศษอาหาร และสิ่งปฏิกูล ที่เก็บจากบ้านเรือนของชาวเมืองทุกหลังคาเรือน เพื่อผลิตไบโอแก๊สและใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าส่งกลับให้ประชาชนได้ใช้กระแสไฟฟ้ากัน โดยไม่ต้องไปรอคอยจากเมืองอื่นหรือโรงงานเตาเผา   วัสดุที่เหลือจากการหมักแก๊สเป็นของเหลวที่ผ่านการหมักอย่างสมบูรณ์และฆ่าเชื้อด้วยอุณหภูมิสูงกว่า 70 องศาด้วยกระบวนการหมักเอง นานกว่า 2 ชั่วโมงแล้วเทศบาลจะใส่รถบรรทุกคล้ายรถบรรทุกน้ำบ้านเรานำไปราดบนพื้นที่เกษตรของเกษตรกรเป็นสารบำรุงดินอย่างดี ช่วยลดต้นทุนการผลิตจากการใช้ปุ๋ยเคมีได้อย่างมากมายมหาศาลที่เดียว  ส่วนเกษตรกรเองก็จะเก็บรวบรวมกิ่งไม้ใบไม้ เศษผลิตการเกษตรที่ตัดทิ้งเช่นราก ใบ และวัชพืชที่เกิดในแปลงเกษตร นำไปหมักทำปุ๋ยไว้ใช้เอง ทุกแปลงเกษตรจะมีโรงปุ๋ยของตัวเอง ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดีมากๆ  จึงอยากเห็นเกษตรกรไทยทำกันบ้าง เพราะทุกวันนี้ใช้แต่ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง นอกจากจะทำให้กำไรไมเหลือ หรือหรือน้อยเต็มที ก็ยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย ตายกันไปแล้วมากต่อมาก  เพื่อนผู้เขียนเองเป็นเกษตรกร(อายุเลขสี่ต้นๆเอง) ทำนา ทำไร่ส้ม ต้องอยู่กับสารเคมีทั้งปุ๋ย ทั้งยา มาตลอด ก็ต้องจากลูกเมียและญาติพี่น้องไปด้วยวัยยังหนุ่มแน่น  บ้านเรามีขยะอินทรีย์มากมายที่เหลือจากการทำครัว เหลือจากการกินอาหารแต่ละมื้อ มากกว่าครึ่งของถังขยะแต่ละบ้าน หากนำมาทำปุ๋ยไว้ใช้เองก็น่าจะเพียงพอ ซึ่งจะช่วยให้เราใช้ปุ๋ยเคมีน้อยลง ประหยัดเงินได้มาก รวมถึงสุขภาพก็ดีขึ้นด้วย (สารเคมีเป็นโลหะหนัก หากได้รับในปริมาณจะตายในทันที แต่หากได้รับในปริมาณน้อยก็สะสมเพิ่มปริมาณอยู่ในตับ เมื่อมีปริมาณมากพอก็จะทำลายชีวิตของเราได้) 
                 ส่วนของเหลือใช้อื่นๆ ที่ไม่ใช้ขยะอินทรีย์ บ้านเราเรียกของเก่า หรือวัสดุรีไซเคิล เช่น แก้ว กระดาษ กระป๋อง อลูมีเนียม เหล็ก พลาสติกต่างๆ และอีกส่วนหนึ่งวัสดุที่อันตรายเช่นหลอดไฟ กระป๋องเสปร์ ขวดยาทาเล็บ ถ่านไฟฉาย บ้านเราเรียกขยะอันตราย  ชาวเมืองทุกคนจะแยกใส่ถุงพลาสติก หรือภาชนะอะไรก็ได้เก็บไว้ในบ้าน เมื่อมีปริมาณมากพอ(ประมาณ หิ้วสองมือแล้วหมด) ก็จะนำใส่รถไปที่ศูนย์คัดแยกมูลฝอยของเทศบาล  แล้วเขาก็จอดรถหน้าพื้นที่คัดแยก เสร็จแล้วก็ลงจากรถ แล้วก็คว้าถุงวัสดุต่างๆที่อยู่ในถุงแล้วหยิบทีละชิ้นสองชิ้นใส่ลงในกระบะขนาดใหญ่กว่าตะกร้าผลไม้บ้านเราประมาณ 2 เท่า  ซึ่งตั้งเรียงรายยาวรวมกันกว่า 20 เมตร ซึ่งพวกเขาพยายามที่จะใส่ให้ถูกถัง หากหาไม่เจอหรือไม่รู้ว่าจะใสถังไหน ก็จะมีลุงแก่ๆอยู่คนหนึ่งเดินไปดูแล้วก็บอกว่าให้ใส่ถังไหน ขยะอันตรายเขาก็แยกใส่ตามที่กำหนดเช่นกันเช่นหลอดไฟที่หนึ่ง ถ่านไฟฉายตะกร้าหนึ่ง กระป๋องสเปร์อีกตะกร้าหนึ่ง สุดยอดไหมครับ....



           ถามว่าทำไมเขาไม่ขายให้ซาเล้งเล้ง หรือร้านรับซื้อของเก่าล่ะ ...ตอบว่า...ไม่มีครับ...แล้วเขานำมาให้เทศบาลแล้วได้อะไร...ไม่ได้ในทันที...ไม่ได้เงินทอง..แต่เขาลดขยะในบ้านของเขา...ไม่ต้องซื้อถุงราคาแพงกว่าใบละ 20 บาทเพื่อใส่ขยะทิ้ง ทำไถงแพงจัง...ก็เขาคิดค่าธรรมเนียมเก็บขนและกำจัดรวมไว้ในค่าถุงไง....เข้าจะมีถุงขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย ขยะเศษอาหาร และขยะที่เผาไหม้ได้ และจะเก็บเฉพาะ ประเภท วัน เวลาที่กำหนด จะมีป้ายบอกไว้ที่ทิ้งขยะรวมทุกที่...ที่ทิ้งขยะจะอยู่ริมถนน รถจอดแล้วเก็บโยนใส่ๆ แล้วไปต่อได้เลย  
                   ของที่ประชาชนนำมาคัดแยกทิ้งที่ศูนย์คัดแยกมูลฝอยของเทศบาลเมืองโอกิ จะมีหลายชิ้นที่ยังมีสภาพดี สามารถนำไปใช้ซ้ำได้อีก เขาจะคัดแยกไปใส่ชั้นวางของเพื่อขายให้คนอื่นที่เห็นว่ายังใช้ได้หรือสะสม หรือส่งออกต่างประเทศ มีทั้งเสื้อกันหนาว เสื้อผ้าอื่นๆ แก้ว ถ้วยกระเบื้อง ชุดกิโมโน ของเด็กเล่น ของใช้ในบ้านทุกอย่าง หาได้ที่นี่ ราคาไม่แพงประมาณ100เยน หรือ 38-40 บาท บ้านเรา  อันไหนที่มีค่าหน่อยราคาจะสูงขึ้นแต่ไม่มาก  ที่นี่ก็จะเป็นร้านค้าขายสินค้ามือสองของเทศบาล


  
  
                  
               ส่วนวัสดุรีไซเคิลเช่นแก้ว กระดาษ โลหะ พลาสติก และอื่นๆ เขาก็จะที่โรงเก็บขนาดประมาณ ตู้คอนเทนเนอร์ ตามประเภทที่ผู้รับซื้อกำหนด เมื่อประมาณมากพอผู้รับซื้อก็มารับไปแล้วจ่ายเงินให้เทศบาล  เทศบาลก็นำเงินที่ได้เป็นกองทุนไว้ใช้เป็นสวัสดิการต่างๆเช่นที่เมืองจัดให้สาธารณะ ไม่ได้ส่งเงินให้คนที่นำมาคัดแยก ซึ่งประชาชนยอมรับที่จะให้เป็นเงินส่วนกลางของเมืองที่ประชาชนทุกคนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน....น่าทึ่งไหมครับ...
                   ส่วนขยะอันตรายก็ต้องส่งไปโรงงานกำจัดมูลฝอยอันตราย  ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีเฉพาะ เพื่อกำจัดของเสียอันตรายและไม่ปล่อยมลพิษสู่บรรยากาศ ขยะอันตรายบางตัวสามารถ  รีไซเคิลได้เช่นหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ ก็ส่งไปแรงงานรีไซเคิลหลอดไฟ  เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า เช่นแอร์  ตู้เย็น โทรทัศน์  เครื่องคอมพิวเตอร์ จอคอมพิวเตอร์ ก็นำส่งโรงงานรีไซเคิลเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อคัดแยกชิ้นส่วนเช่น แก้ว โลหะ พลาสติก นำไปหลอมเป็นแก้ว โหละ พลาสติกกลับมาใช้ใหม่ 
                   ผักผลไม้ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสด สะอาด ปลอดสารพิษ เพราะเขาคัดแยกขยะ ไม่ทิ้งขยะซึ่งมีพิษ คือโลหะหนักเช่นตะกั่ว แคดเมียม สารเคมีต่างๆ ลงในดิน และแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืช อันเป็นแหล่งทำมาหากินของพวกเขา รวมถึงเทศบาลผลิตปุ๋ยจากเศษอาหารที่คัดแยกจากบ้านเรือนและสิ่งปฏิกูลที่คนถ่ายทิ้งไป ซึ่งมีธาตุอาหารสูง และผ่านการบำบัดจนปลอดภัยแล้ว ไม่ใช่มูลสดๆ เหมือนบางที่   สตอเบอรี่ที่นี่จึงผลใหญ่ สะอาด และหวานมาก ขายได้ราคาแพง   
                  ทึ่งไหมล่ะครับ....ของเหลือใช้ในบ้านทุกอย่างใช้ได้หมดจริงๆ เพียงแค่แยกจากบ้านเรือน ไม่ทิ้งให้ไปกองสุมรวมกันพากันเน่าเหม็น ใครเห็นก็ไม่อยากเข้าใกล้กลายเป็นขยะที่น่ารังเกียจเหมือนบ้านเรา  แต่บ้านเรายังไม่มีโรงงานไบโอแก๊ส และยังไม่มีเจ้าหน้าที่เทศบาลมาออกแบบระบบจัดการอย่างเมืองโอกิเขาแล้วเราจะคัดแยกอย่างไรล่ะ....
                  เราก็มาบริหารจัดการขยะในบ้านเราเองแล้วกัน เพราะทุกอย่างมีที่ไปเหมือนกัน ซึ่งบางอย่างสะดวดกว่าเมืองโอกิซะอีก เช่น ถุงขยะไม่ต้องซื้อใส่ถุงอะไรก็ได้  ทิ้งวัสดุได้ที่หน้าบ้านเลยหรือขายก็ขายที่หน้าบ้านเลยมีคนมารับซื้อถึงที่  ขยะอันตราย ขยะทั่วไปก็เก็บถึงหน้าบ้านเช่นกัน ยกเว้นเศษอาหาร กิ่งไม้ใบไม้ เราต้องคัดแยกและหาที่ไปในบ้านเรา หรือระดับชุมชนของเราเอง รวมกันทำไบโอแก๊สชุมชน หรือโรงหมักปุ๋ยชุมชน ก็ย่อมทำได้ครับ...
ที่ไปของขยะที่เราแยกเป็นอย่างนี้ครับ...

                  1.  วัสดุรีไซเคิล เช่น แก้ว กระดาษ โลหะ พลาสติก  เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า แอร์เก่า คอมพิวเตอร์เก่า รถยนต์เก่า รถมอเตอร์ไซด์ เก่า ประตูเหล็กเก่า    รวบรวมไว้ ขายให้ซาเล้ง รถเล่รับ หรือนำไปขายที่ร้านรับซื้อวัสดุรีไซเคิล หรือที่เรียกติดปากว่าร้านรับซื้อของเก่า ก็จะได้ผลตอบแทนเป็นเงินมากน้อยขึ้นอยู่กับประเภทวัสดุ และการแยกประเภทวัสดุของเราเอง ยิ่งแยกละเอียดตามสเป็กที่ร้านรับซื้อกำหนด จะได้ราคาดียิ่งขึ้น เดี๋ยวนี้เขามีบริการเช็คราคาวัสดุรีไซเคิลทางอินเตอร์เน็ต ลองเช็คดูก็ได้ครับ วิธีการคัดแยกคร่าวๆ ในเว็บของสำนักสิ่งแวดล้อมที่ท่านกำลังอ่านอยู่ก็มีไปดูที่ดาวน์โหลด  แล้วเว็บของกรมควบคุมมลพิษ และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ก็มีลองเช็คดูนะครับ...
                   2. ขยะอินทรีย์ เช่นเศษอาหารจากการทำครัว  เศษอาหารหลังการรับประทานอาหาร เศษผัก ผลไม้ วัชพืช เศษหญ้า กิ่งไม้ใบไม้     หากทิ้งรวมในถังขยะ  เขาจะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดความสกปรก เน่า เหม็น แหล่งกำเนิดของหนอนแมลงวัน เป็นที่เลี้ยงหนู แมลงสาบ แหล่งอาหารของเชื้อโรคนานาชนิด โดยเฉพาะโรคท้องร่วง    แต่ถ้าแยกไปจัดการในบ้านเราหรือในชุมชนของเรา กลับได้ประโยชน์ในรูปของน้ำจุลินทรีย์ชีวภาพหรือที่เรียกติดปากว่า     อีเอ็ม  เป้นทั้งปุ๋ย ฮอร์โมนพืช และสารไล่แมลง ขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุที่นำไปหมัก  ได้ทั้งปุ๋ยอินทรีย์ทั้งแบบผงหรือจะนำไปอัดเม็ด ขายได้  หรือนำไปหมักแก๊สชีวภาพไว้ใช้ในบ้านหรือในชุมชนหรือสถานประกอบการ ได้ทั้งแก๊สได้ทั้งปุ๋ย   ง่ายๆที่สุดตอนนี้มีเกษตรกรนำถังไปตั้งรองรับขยะเศษอาหารถึงชุมชน หรือร้านอาหารภัตตาคาร โรงแรม แล้วเข้าจะมาจัดเก็บและเปลี่ยนถังให้ เป็นประจำ ซึ่งอาจมีค่าตอบแทนในการรวบรวมให้บ้างขึ้นอยู่กับข้อตกลงกัน  
                   หากภาครัฐมีระบบกำจัดเศษอาหาร กิ่งไม้ใบไม้ ก็สามารถคัดแยกส่งให้ภาครัฐรวบรวมไปบำบัดและใช้ประดยชน์ต่อไปได้ครับ...
                    3.  ขยะอันตราย  เช่นถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่มือถือ กระป๋องสี สารเคมี ทุกชนิด หลอดไฟ ซอง กระป๋อง หรือขวดยาฆ่าแมลง ผ้าเปื้อนน้ำมันเครื่อง สารเคมีทุกชนิด ยาหมดอายุ คัดแยกไว้ต่างหากไม่ทิ้งรวมในถังขยะ หรือทิ้งลงน้ำ หรือลงผิวดินข้างบ้าน เพราะหากไปรวมกับขยะทั่วไปและระบบกำจัดไม่ดี หรือทิ้งลงดินโดยตรง สารเคมีจะซึมลงดินและน้ำใต้ดิน ย้อนกับมาหาเราโดยตรงและผ่านพืชหรือสัตว์ที่เราบริโภคเข้าไป อย่างเช่นสารไดออกซินที่เกิดจากการเผาพลาสติก หากลงไปในน้ำจะไม่สลายตัวและลงไปในทะเลลึกสะสมในตัวปลาที่อาศัยอยู่ ซึ่งเมื่อเราบริโภคปลาเหล่านี้ก็จะได้รับสารไดออกซินด้วย  
                    ขยะอันตราย แยกใส่ถุง มัดปากถุงเขียนข้างถุงว่าขยะอันตราย ส่งให้กทม.จัดเก็บและนำไปกำจัดด้วยวิธีที่ถูกสุขลักษณะ ไม่ให้พิษกลับสู่สิ่งแวดล้อม ขยะอันตรายมีมากในขยะทั่วไปทุกวันนี้ ดูได้ง่ายๆ ผลจากการที่เขตสายไหมได้รณรงค์จัดเก็บขยะอันตรายในพื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยประชาสัมพันธ์ให้ทุกครัวเรือนในทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชนคัดแยกขยะอันตรายไว้ และนัดวันเวลา เข้าไปจัดเก็บโดยเฉลี่ย 15 วันต่อครั้ง สามารถจัดเก็บขยะอันตรายได้ถึง 90 ตันในปี 2554 มากน้อยแค่ไหนก็ลองคูณ 50 เขตดูก็ได้นะครับ...
                  4. ขยะทั่วไป  จริงๆแล้วไม่อยากเรียกว่าขยะทั่วไป เพราะ ทำให้เราเข้าใจว่าขยะอะไรก็ได้ที่เราไม่รู้ว่าอยู่กลุ่มไหนเราก็ทิ้งลงถังขยะทั่วไปไว้ก่อน  ที่โอกิทาวน์ หรือที่ญี่ปุ่นจึงไม่มีคำว่าขยะทั่วไป มีแต่ขยะที่เผาไหม้ได้ เผาไหม้ไม่ได้ ขยะอันตราย ขยะรีไซเคิล ขยะชิ้นใหญ่ๆ  เพราะในความหมายของขยะทั่วไปน่าจะหมายถึงขยะที่ไม่ใช่ขยะสามประเภทแรก  
                  ขยะทั่วไปของกทม. ก็คือขยะอื่นๆ ที่รีไซเคิลไม่ได้ เช่นซองขนม ซองบะหมี่ ถุงแกง เศษหนังและยาง เศษผ้า ซึ่งปัจจุบันยังรวมถึงเศษอาหารด้วยเพราะยังไม่มีระบบรองรับขยะเฉพาะเศษอาหาร  ซึ่งขยะเหล่านี้จะต้องนำไปฝังกลบ ซึ่งเมื่อมีเศษอาหารปนมาด้วยทำให้ปริมาณขยะมีน้ำหนักมากวันละเกือบหมื่นตัน ซึ่งมีเศษอาหารกิ่งไม้ใบไม้อยู่มากกว่าครึ่ง จึงเป็นที่น่าเสียดายที่บ้านเราได้ทิ้งของมีค่าอย่างเศษอาหารกิ่งไม้ใบไม้ลงในบ่อฝังกลบทุกวัน เฉพาะกทม.ก็เกือบ 5,000 ตันต่อวัน ถ้าทั่วประเทศก็มากกว่า 20,000 ตันต่อวัน ถ้าเปลี่ยนเป็นปุ๋ยจะได้ปุ๋ยหมักประมาณ 30% ของน้ำหนักขยะเศษอาหาร กทม.จะได้ปุ๋ยหมักวันละ  1,500 ตัน ทั้งประเทศจะได้ปุ๋ยวันละ 6,000 ตัน
                 หากรัฐบาลเห็นความสำคัญ  กำหนดเป็นนโยบายและให้ความสำคัญกับการนำขยะมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจังทั้งในแง่ของการส่งเสริมให้ความรู้ ส่งเสริมการปฏิบัติ และในแง่ของการกำหนดเป็นกฎหมาย ให้ปฏิบัติเหมือนกันทั่วประเทศ  ซึ่งจะต้องลงทุนในช่วงแรกๆ แต่จะคุ้มการลงทุนในระยะยาว เพราะทุกวันนี้เราสั่งปุ๋ยเคมีเข้ามาใช้ในการเกษตรในปริมาณมากเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เกษตรกรไทยจึงเป็นผู้ผลิต และใช้ปุ๋ยเคมีมาก รายได้จากการขายผลผลิตต้องจ่ายเป็นค่าปุ๋ยเคมีมากกว่าครึ่ง ซึ่งยังไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นเช่นค่าจ้างตั้งแต่การไถ การหว่านเมล็ด การหว่านปุ๋ย การพ่นยาฆ่าแมลง การเก็บเกี่ยว ล้วนมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น  
                 หากผู้นำเทศบาลใดในเมืองไทยโดยเฉพาะ อบต.ในต่างจังหวัดหรือในย่านชานเมืองที่ยังมีระบบการเกษตร  ที่ได้อ่านบทความนี้ผมอยากเสนอให้ลองพิจารณาแนวทางของเมืองโอกิ ซึ่งเข้ากับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเมืองน่าอยู่ เพราะประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี  ผมยินดีให้ข้อมูลเพิ่มเติม  โดยอีเมล์สอบถามที่ panuon@hotmail.com  หรือเฟคบุคที่  http://www.facebook.com/panuon  


ภาณุวัฒน์  อ่อนเทศ
กองนโยบายและแผนงาน
สำนักสิ่งแวดล้อม
กรุงเทพมหานคร 
  
   


                   
    
   
                   "

 
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
· ข้อมูลเพิ่มเติม ขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล
· เสนอข่าวโดย pa


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด ขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล:
แนวคิดและการจัดการขยะมูลฝอยของนานาประเทศ


คะแนนของบทความ
คะแนนเฉลี่ย: 4.5
จำนวนผู้ลงคะแนน: 2


โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่


ส่วนเพิ่ม

 หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์


หัวข้อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล

เสียใจบทความนี้ไม่มีข้อเสนอแนะ

 
สำนักสิ่งแวดล้อม ศาลาว่าการ กทม.2 ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กท.10400 โทร. 0 2247 1812
Environment Department, Bangkok City Hall 2  Mitrmaitri Road, Dindeang District, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0 2247 1812

Bangkok Metropolitan Administration (BMA)
173 Dinso Road, Sao Ching Cha, Phra Nakorn District, Bangkok 10200, Thailand Tel. 02 224 3055, 02 2261710 Fax. 02 224 3059
Website : http://www.bangkok.go.th/environment

The Bangkok Metropolitan Administration (BMA) is organized in accordance with the Bangkok Metropolitan Administration Act 1985 to be responsible for the management of the city of Bangkok. It is the sole organization at the local authority level responsible for its duties and it provides services for the well-being of Bangkok residents.